เตือนภัย!! วิกฤติการเงินรอบใหม่ถล่มโลก ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่น่วมหนักสุด

NjpUs24nCQKx5e1D7jQHq8Gpc6P8oYjr34rwewXwrw4

EyWwB5WU57MYnKOuX4BBQuZeHRymscHlZDNYAvDMCUAdoHcCB7gncY

ยังสะสางกันไม่จบ ทั้งอเมริกาและยุโรป ที่เผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จนส่งผลสะเทือนสร้างความเดือดร้อนลุกลามไปทั้งโลก ล่าสุดเหล่านักการเงินระดับแถวหน้าของโลกเกือบ 1,000 ชีวิต ก็มารวมตัวกันระดมสมองเพื่อคาดการณ์ถึงวิกฤตการณ์ทางการเงินรอบต่อไปที่กำลังจะถาโถมเข้าถล่มโลกของเราอีกระลอก เหนื่อยหนักแน่เพราะมันไม่ยอมสงบลงง่ายๆ

ฟังแล้วสยองเกล้าสุดๆ เพราะเหยื่อของพายุดำทะมึนครั้งนี้คือ ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และชาติกำลังพัฒนา ซึ่งก็รวมถึงไทยแลนด์ของเราด้วย เจ้าภาพงานเสวนาครั้งนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังระดับโลกนาม “อัลเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์” เสริมทัพด้วยวิทยากรรับเชิญ “รัสเซลล์ นาเปียร์” และ “แอนดรูว์ แลปธอร์น” พร้อมใจกันฟันธงเปรี้ยงว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไม่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับหนี้สินท่วมโลกที่กำลังเป็นวิกฤติใหญ่ หมายความว่าคนที่เป็นเจ้าหนี้มีสิทธิ์ขาดทุนย่อยยับ เพราะตามทวงเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ แถมลูกหนี้ยุคนี้ยังถือคติไม่มี-ไม่หนี-ไม่จ่าย เจอแบบนี้เข้าไปในที่สุดก็จะพังครืนไปทั้งระบบ เว้นซะแต่ว่าเจ้าหนี้ใจดียอมกดปุ่มรีสตาร์ตล้างหนี้ให้!!

เป้าใหญ่ที่โดนโจมตีหนักสุดคงหนีไม่พ้นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หลายประเทศต้องพึ่งพิงการส่งออกสินค้าไปขายในจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดอันดับสองของโลกรองจากอเมริกา กลยุทธ์นี้เคยใช้ได้ผลตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินเมื่อปี 2008 ทำให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ลืมหูลืมตากันมาได้พักใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน มันก็ส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ก่อหนี้ท่วมหัวแบกกันจนหลังแอ่น เพราะหลงละเลิงกับความอู้ฟู่ จนไร้วินัยทางการเงิน

ตรงนี้ขอขีดเส้นใต้ย้ำเพราะมันคือปัญหาแท้จริง การที่โครงสร้างของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปครั้งมโหฬาร เปลี่ยนจากการซื้อสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค หันมาซื้อสินค้าภาคบริการมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กดดันให้ยักษ์ใหญ่แดนมังกรต้องปรับตัวตามอย่างรวดเร็ว โดยเฟดตัวเองจากที่เคยมุ่งเน้นการขยายตัวของการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค สู่การเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าภาคบริการมากขึ้น โดยปัจจุบัน ประเทศจีนครองแชมป์ผู้ส่งออกสินค้าเป็นอันดับหนึ่งของโลก และผู้ส่งออกสินค้าภาคบริการเป็นอันดับ 4 ของโลก เมื่อดีมานด์ความ ต้องการบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงทั่วโลก จึงไม่แปลกที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพืชผลการเกษตรทั้งหลายจะร่วงลงอย่างไม่เป็นท่า เหมือนที่บ้านเรากำลังเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำ

ก็เพราะฝนตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะบริษัทที่ค้าขายเกี่ยวกับสินค้าอุปโภค–บริโภค ย่อมจะได้รับผลกระทบเต็มๆจากวิกฤติการเงินข้างหน้า นึกง่ายๆว่าถ้าเศรษฐกิจไม่ดี คนทำมาค้าขายไม่ได้ ไม่มีเงินเข้ากระเป๋า แล้วจะไปเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า คราวนี้ก็พังกันไปเป็นวัฏจักรทั้งระบบเศรษฐกิจ ยิ่งมาโดนซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันร่วงทะรูดทะราด รายได้น้อย ค่าครองชีพก็สูง บอกได้คำเดียวว่ากรรมของคนยุคนี้จริงๆ.

 

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *