ส่องปัจจัยราคาทองก่อนสิ้น ธ.ค. ขาช็อปรู้ไว้ถูกสุดๆ หลังปีใหม่ (มีแวว) ขยับขึ้น!

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eRDb0oLK6mBqg5

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjZn3ezj4MhJtvWZ3ddkIIHY8fPwKwEdG5fU

บรรยากาศในร้านทองช่วงใกล้สู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก เหล่าบรรดานักลงทุนต่างออกมาซื้อทองคำ เพื่อรอจังหวะทยอยขายโกยกำไร หลังราคาทองคำในประเทศไทยปรับลดลง เรียกได้ว่า ถูกสุดในรอบปี!!

จากสถานการณ์ราคาทองคำที่สูง หรือต่ำเกินความคาดหมาย หรือแม้แต่ราคาที่เกิดการผันผวนขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว ยากต่อการคาดเดา ย่อมทำให้ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงนักลงทุนทั้งหลาย ต้องวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ และแนวโน้มถึงการเปลี่ยนแปลงราคา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eRDb0oLK6mBqg5

ราคาทองคำในช่วงปลายปี เป็นจังหวะเวลาที่มีความผันผวนมาก

วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” ขอนำเสนอบทสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านทองคำ ที่จะมาวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ พร้อมมุมมองต่อภาพรวมตลาดทองคำส่งท้ายปี…

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ และผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกับราคาทองคำ คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นราคาดอกเบี้ย แม้ว่าจะได้มีการคาดการณ์กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ไม่ว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ กรอบของราคาก็อยู่ที่ประมาณ 1,030-1,120 เหรียญ ขึ้นอยู่กับกรณี หากเฟดขึ้นเยอะ ราคาทองจะลงแรง แต่ถ้าเฟดขึ้นน้อยราคาทองจะลงไม่มาก

ขณะที่ กรอบราคาทองตั้งแต่ปลายปีนี้กระทั่งถึงต้นปีหน้า กรอบล่างอยู่ที่ประมาณ 1,030-1,120 ส่วนกรอบบนจะอยู่ที่ประมาณ 17,500-17,800 และอาจจะขึ้นไปใกล้ๆ ระดับ 18,800-19,000

ส่วนราคาทองคำในช่วงปลายปี ถือเป็นจังหวะเวลาที่มีความผันผวนมากหน่อย เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังในเรื่องการลงทุน เพราะจังหวะของการแกว่งของราคาจะมีโอกาสแกว่งได้เป็นหลัก 1,000 บาทต่อบาททองคำ จึงมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร ฉะนั้น นักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะสั้น ก็อาจจะเข้าเร็ว-ออกเร็ว ในเรื่องการลงทุน ส่วนนักลงทุนที่รอระยะยาว อาจจะต้องรอให้ราคาต่ำกว่า 18,000 ลงไป แล้วค่อยหาจังหวะเวลาในการสะสมซื้อ

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eTSlfquBZpij6s

นักลงทุน รอจังหวะสะสมซื้อ

สำหรับเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปีนั้น เรียกได้ว่าดีขึ้น เนื่องจากมีแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มีนโยบายกระตุ้นการบริโภค รวมทั้ง เรื่องเงินบาทอ่อนค่าลงค่อนข้างมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งจะส่งผลถึงส่งออก ทำให้ภาคการส่งออกที่เริ่มดีขึ้น

“ทุกครั้งที่ราคาทองลงแรงๆ จะมีแรงซื้อค่อนข้างมาก ฉะนั้น ถ้าราคาทองลงจริงตามที่คาดการณ์ไว้ เชื่อว่า น่าจะมีอุปสงค์ในประเทศ หนุนกลับให้มีแรงซื้อในประเทศอีกครั้งหนึ่ง เพราะนักลงทุนที่รอซื้ออยู่ก็มีอยู่พอสมควร แต่ปัจจุบันผู้ซื้อจะต่างกว่าแต่ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็นเกษตรกร แต่ปัจจุบัน จะเป็นคนทั่วไปที่อยู่ในเมือง เพราะเกษตรกรรายได้อาจจะไม่ค่อยดี เพราะราคาสินค้าเกษตรค่อนข้างต่ำ แต่ว่าแรงซื้อยังคงมี หากราคาลงแรงจริงอย่างที่คาดไว้ ก็น่าจะส่งผลให้ทองขายดีในช่วงปลายปี” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าว

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eUH1O6YFGpmpOU

นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

ด้าน นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวด้วยว่า ภาพรวมตลาดทองภายในประเทศ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า ตลาดทองคำยังคงผันผวน ราคาทองมีการขึ้น-ลงเล็กน้อย คงไม่มาก แต่หลังจากนั้น คิดว่าทองคำอาจจะขยับสูงขึ้นมา แต่ขณะนี้ ถือว่าราคาทองในช่วงนี้ เรียกได้ว่าถูกที่สุด เมื่อเทียบกับตลอดปีที่ผ่านมา

ปี 2558 ที่ผ่านมา สถิติราคาทองพุ่งสูงอยู่ในช่วงเดือนมกราคม ราคาอยู่ที่ 20,150 บาท ส่วนสถิติราคาทองร่วงอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 17,900 บาท

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eXBK1NjhigsqfT

ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทอง ตั้งแต่ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.57 ถึง พฤศจิกายน พ.ศ.58

จากการวิเคราะห์ที่ออกมา นับว่าช่วงนี้เป็นโอกาสทองของบรรดานักลงทุนที่จะอาศัยจังหวะราคาทองในประเทศปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทำกำไรให้กับตนเอง แต่อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ เพราะในสภาวะเศรษฐกิจที่คาดเดาได้ยากเช่นนี้ ก็ยากต่อการคาดเดาราคาทองในอนาคตเช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ”.

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eWLx6jMQobqgh2

นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ราคาทอง ก่อนตัดสินใจ…

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/549058

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *