FPTลุยท่อน้ำมันขึ้นเหนือ7.5พันล. ยื่นรายงานให้กรมธุรกิจฯตรวจเริ่มวางระบบปี”59

13817706161381770638l

14487739161448773935m

เอฟพีทีส่งรายงานโครงการลงทุนวางท่อส่งน้ำมันขึ้นเหนือมูลค่า 7,500 ลบ. ให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาแล้ว คาดเริ่มวางท่อปลายปี”59 ด้านเอสซีกรุ๊ปที่จ่อลงทุนท่อน้ำมันขึ้นอีสานยังเจรจาขอต่อท่อแทปไลน์วาง เป้าไตรมาส 1 ปี”59 เจรจาต้องจบ

 

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ถึงความคืบหน้าโครงการวางท่อส่งน้ำมันขึ้นไปภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ FPT ได้ส่งรายงานโครงการวางท่อน้ำมันในเส้นทางภาคเหนือมายังกรมธุรกิจพลังงาน แล้ว และขณะนี้อยู่ในระหว่างจัดทำแบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงการออกแบบรายละเอียดโครงการเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด หลังจากนั้นจะดำเนินการประมูลเพื่อหาผู้รับเหมาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการวางท่อน้ำมันในเส้นทางภาคเหนือได้ภายใน ปลายปี 2559 นี้

ในขณะที่ท่อส่งน้ำมันเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บริษัท เอสซี กรุ๊ป จำกัด ยื่นขอเป็นผู้ดำเนินการนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อเชื่อมต่อท่อน้ำมันกับบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) ทั้งนี้ในหลักการเบื้องต้นแทปไลน์ได้ตอบตกลงที่จะให้มีการเชื่อมต่อแต่ยังมี ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างกันที่ต้องเจรจาเพิ่มเติม และขณะนี้ได้เตรียมว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการจัดทำแบบประเมินผลกระทบสิ่ง แวดล้อมโครงการด้วย

“ส่วนของเอฟพีทีค่อนข้างคืบหน้า เพราะเตรียมโครงการมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยจะแบ่งโครงการออกเป็น 2 เฟส รวมการลงทุน 7,500 ล้านบาท เส้นทางในระยะที่ 1 คือ สายบางปะอิน-พิจิตร รวมระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ที่สามารถขนส่งน้ำมันได้ที่ระดับ 9,000 ล้านลิตร/ปี คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างวางท่อน้ำมันประมาณ 30 เดือน โครงการนี้จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการขนส่งด้วยรถยนต์ โดยราคาค่าขนส่งทางท่อจะต้องไม่สูงกว่าการขนส่งด้วยรถยนต์”

ด้านนาย ณัฐพงษ์ รัตนสุวรรณทวี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซี กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ได้ยื่นขอเป็นผู้ลงทุนในโครงการท่อส่งน้ำมันไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับแทปไลน์ เพื่อให้เชื่อมต่อท่อน้ำมันบริเวณคลังน้ำมัน จังหวัดสระบุรี ในเบื้องต้นพิจารณาให้เชื่อมต่อได้ แต่ยังต้องเจรจารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อท่อ โดยเฉพาะในประเด็นด้านมาตรฐานตามที่แทปไลน์กำหนด คาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2559 หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการจัดทำ EIA และออกแบบโครงการ ใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นมีพันธมิตรจากประเทศจีนสนใจที่จะร่วมทุนในโครงการดังกล่าว แต่ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเอสซี กรุ๊ป สามารถลงทุนได้ในกรณีที่ไม่มีผู้ร่วมลงทุน เพราะสถาบันการเงินในประเทศหลายแห่งพร้อมที่จะปล่อยกู้

“การเจรจา กับแทปไลน์ในประเด็นอัตราค่าเชื่อมต่อท่อนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าราคาการขนส่งน้ำมันโดยท่อจะต้องแข่งขันกับการขนส่งโดย รถยนต์ได้ ซึ่งถ้าราคาสูงเกินไปโครงการจะไม่คุ้มค่าลงทุน สำหรับเอสซี กรุ๊ปมีจุดแข็งตรงที่สามารถเชื่อมต่อกับธุรกิจเดิมที่มีอยู่ที่บริเวณ มาบตาพุด พื้นที่ของ บมจ.เอ็นเอฟซี หรือบริษัทปุ๋ยแห่งชาติ ที่เข้าไปซื้อกิจการก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าเอสซี กรุ๊ปมีคอนเน็กชั่นทางธุรกิจที่ดีและอาจสามารถเชื่อมโยงต่อได้ในอนาคต”

รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามผลักดันให้มีการลงทุนวางท่อส่งน้ำมันขึ้นไป ยังเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด ที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่ต้องการลงทุนเพิ่ม จึงไม่สามารถดำเนินการได้ จนเมื่อเร็ว ๆ นี้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปิดทางให้ภาคเอกชนรายอื่นสามารถเป็นผู้ลงทุนได้ ทำให้มีบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด และบริษัท เอสซี กรุ๊ป จำกัด เข้ามาเสนอว่าจะเป็นผู้ลงทุนในโครงการดังกล่าว

 

ขอบคุณที่มา   http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1448773916

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *