“ประยุทธ์” พบ “ซีอีโอ” ฟื้นความเชื่อมั่น

ลั่น!ดันไทยเป้าหมายของนักลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้หารือกับภาคเอกชน หรือ “Prime Minister meet CEOs” ครั้งที่ 1 ประกอบด้วยตัวแทนบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือเอเอที กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทเอชจีเอสที บริษัทซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็กทริค คอนซูเมอร์ และบริษัทซัมซุง อิเล็กทริค ภายหลังการหารือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก– รัฐมนตรี กล่าวว่า เอกชนที่เข้าพบนายกฯ ยินดีลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะซัมซุงที่เชื่อมั่นในไทย

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาเดิมๆ เช่น เรื่องไฟฟ้า ระบบคมนาคมขนส่ง และเรื่องภาษี ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหา และนายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจของเอกชน โดยสัปดาห์หน้านายกฯจะเป็นประธานการประชุมติดตามการอำนวยความสะดวกการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งจะหารือร่วมกับภาคธุรกิจกลุ่มต่างๆที่มาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติมในสัปดาห์ต่อๆไปด้วย

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายโมะริคาซุ ชกคิ ประธานบริษัทและผู้บริหารบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ กล่าวกับนายกฯว่า มิตซูบิชิให้ความสำคัญกับการลงทุนในไทย โดยไทยเป็นประเทศสำคัญเป็นลำดับสองรองจากญี่ปุ่นในด้านการผลิต และปีนี้มีแผนจะขยายการลงทุนในไทยอีก 33,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มิตซูบิชิเห็นว่า ความเคลื่อนไหวของเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนมีผลทางการค้า และไทยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้กรณีให้บริษัทญี่ปุ่นสามารถทำธุรกรรมเป็นเงินเยนได้ อีกทั้งไทยจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนประชากรวัยทำงาน ทำให้ต้องเร่งเพิ่มคุณภาพแรงงานเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ต้องเร่งผลิตบุคลากรที่มีฝีมือ เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในอนาคต

ขณะเดียวกัน นายกฯยังกล่าวด้วยว่า ได้เร่งซ่อมแซมเส้นทางการขนส่งที่แออัดและชำรุด เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศ และเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อีกทั้งยังเร่งปรับโครงสร้างทางภาษีทั้งระบบ ซึ่งมิตซูบิชิได้ขอบคุณรัฐบาล ที่ติดตามข้อห่วงกังวล อันแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลในการสนับสนุนเอกชนต่างประเทศ จึงขอยืนยันจะเดินหน้าขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ด้านนายเทรเวอร์ เนกัส ประธานและผู้บริหารระดับสูงบริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และบริษัทมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตรถกระบะ 1 ตันนั้น แจ้งว่าเข้าใจสถานการณ์ของไทยและยังคงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพ โดยยืนยันที่จะเพิ่มการลงทุนในไทยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี อยากให้รัฐบาลพัฒนาสาธารณูปโภค เพื่ออำนวยความสะดวกการลงทุนให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันเส้นทางการขนส่งเริ่มแออัดและชำรุด โดยนายกฯกล่าวชี้แจงว่ารัฐบาลเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และย้ำว่ารัฐบาลจะยึดมั่นและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายการลงทุนต่างชาติ และขอให้นักลงทุนคิดถึงไทยเป็นอันดับแรก ขณะที่ผู้บริหารกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทย แต่แจ้งว่ามีอุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งนายกฯได้แจ้งว่ารัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางและฐานการผลิตของอาเซียนได้.

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/535026

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *