สิงห์ เอสเตท เผย ภาพรวมธุรกิจไตรมาส 3 สดใส ธุรกิจโตตามแผน

สิงห์ เอสเตท เผย ภาพรวมธุรกิจไตรมาส 3 สดใส ธุรกิจโตตามแผน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิงห์ เอสเตท เผย ภาพรวมธุรกิจไตรมาส 3 น่าพอใจ ขยายธุรกิจได้ตามแผนงาน เน้น สินทรัพย์ลงทุน ร่วมทุน รับโอนกิจการ หวัง โอกาสเติบโตทางธุรกิจ ระบุ มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เป็นปัจจัยบวก เพิ่มความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการ-ลูกค้า…

วันที่ 19 ต.ค. 58 นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานแถลงภาพรวมธุรกิจตั้งแต่ต้นปีจนถึงไตรมาส 3 ของ สิงห์ เอสเตท หรือ “S” ว่า 3 ไตรมาสที่ผ่านมา สามารถขยายธุรกิจได้ตามแผนงาน และมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ “ดิ เอส อโศก” คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ใจกลางอโศก ที่จะมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561 มูลค่าโครงการ 4,534 ล้านบาท โครงการ “สิงห์ คอมเพล็กซ์” ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว มูลค่าก่อสร้างรวมกว่า 4,520 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน) คาดว่า เสร็จในปลายปี 2560 รวมทั้ง การเข้ารับโอนกิจการทั้งหมดของ “ซันทาวเวอร์ส” อาคารสำนักงานเช่าบนถนนวิภาวดี-รังสิต เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยในปัจจุบัน ซันทาวเวอร์ส มีอัตราเช่าพื้นที่ 95% ผลประกอบการ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา นับว่าเกินกว่าที่ประมาณการไว้ โดยบริษัทตั้งเป้าปีหน้าให้ภาพรวมธุรกิจโตขึ้น 10%

ทั้งนี้ สิงห์ เอสเตท ยังได้ร่วมลงทุนกับ FICO Holding (UK) Limited ซื้อกิจการโรงแรมภายใต้แบรนด์ Mercure (เมอร์เคียว) จำนวน 26 แห่ง มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 8,500 ล้านบาท เป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงธุรกิจโรงแรมของบริษัทไปยังกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการท่องเที่ยวสูง มีความมั่นคงทางการเมือง และเศรษฐกิจ รวมถึงในปัจจุบัน อุตสาหกรรมโรงแรมในสหราชอาณาจักรอยู่ในช่วงฟื้นตัว มีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจโรงแรม เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของสิงห์ เอสเตท นอกเหนือจากการสร้างผลตอบแทนและการเติบโตที่ดีให้แก่บริษัทในระยะยาวแล้ว ยังสามารถสร้างกระแสเงินสด และผลกำไรให้บริษัทได้ทันทีตามสัดส่วนที่สิงห์ เอสเตทถือหุ้นอยู่ ในสัดส่วนร้อยละ 50


มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ช่วยให้ผู้ประกอบการ ลูกค้า เกิดความมั่นใจ …

ส่วนมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลนั้น สามารถช่วยให้เกิดความมั่นใจ เกิดความชัดเจน ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยในด้านจิตวิทยา ทั้งผู้ประกอบการ ลูกค้า ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกในตลาดล่าง ตัดสินใจได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อเนื่องกันไป เนื่องจากบ้านมีการซื้อขาย เศรษฐกิจโดยรวมทุกอย่าง ก็จะมีสภาพคล่องมากขึ้น ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น

“ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า คาดว่า จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะรัฐบาลเดินหน้าถูกทางแล้ว ช่วยสร้างความมั่นใจ ดำเนินการรวดเร็ว หากรัฐบาลผลักดันในเรื่องของงบลงทุนในโครงการต่างๆ งบด้านสาธารณูปโภคที่สำคัญ ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต” นายนริศ กล่าว

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/533388

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *