เผยยอดฟ้องคดีหนี้ กยศ. 12 ปี 9 แสนราย หนี้รวม 9 หมื่นล้าน

ahr0cdovl3axlmlzyw5vb2suy29tl21ulzavdwqvodqvndiznta5l21vbji5mdk1otmuanbn

ahr0cdovl3axlmlzyw5vb2suy29tl21ulzavdwqvodqvndiznta5l21vbji5mdk1otmuanbn

เผย ยอดฟ้องคดีค้างหนี้ กยศ. 12 ปี กว่า 9 แสนราย ยอดหนี้รวม 9 หมื่นล้าน เฉพาะ ปี 2559 ฟ้องแล้ว 1.7 แสนราย  ขอศึกษาผลดีผลเสีย ยกเลิกเกณฑ์กู้เงินต้องมีเกรด 2.0 ก่อน

น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ผู้กู้ กยศ. ในปีการศึกษา 2559 ที่ได้รับสิทธิ์กู้ยืมและอยู่ระหว่างการโอนเงินทั้งผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ ล่าสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 458,389 ราย แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 70,301 ราย ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 52,159 ราย ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.)/ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 55,800 ราย วงเงินประมาณ 18,605 ล้านบาท โดยขณะนี้กระบวนการกู้ยืมว่ายังไม่ถือว่าสิ้นสุดและยังมีผู้กู้บางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาปล่อยกู้

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องการดำเนินคดีกับผู้กู้ที่ผิดนัดชำระเงินกู้ กยศ.นั้น ในภาพรวมมีผู้กู้ที่ค้างชำระหนี้สะสมตั้งแต่ปี 2547 และถูกฟ้องร้องแล้วกว่า 900,000 ราย มูลหนี้รวมประมาณ 90,000 ล้านบาท เฉพาะปี 2559 กยศ.ได้ดำเนินการฟ้องร้องไปแล้ว 170,000 ราย กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) 85,000 ราย อยู่ระหว่างถูกบังคับคดี และส่งเรื่องให้ทนายความดำเนินการสืบทรัพย์ เพื่อยึดทรัพย์แล้ว ประมาณ 50,000 ราย มูลหนี้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท

ส่วนตัวเลขการชำระเงิน ปี 2559 มียอดล่าสุดอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลมาจากมาตรการที่กยศ. ออกมากระตุ้นและจูงใจให้ผู้กู้ที่ค้างชำ มาชำระหนี้ รวมทั้ง ทำความร่วมมือกับองค์กรนายจ้าง สถานประกอบการในการหักเงินเดือนผู้กู้เพื่อชำระหนี้ การลดเบี้ยปรับสำหรับผู้ที่มาปิดบัญชี รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ขอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินกยศ. ที่กำหนดว่าผู้กู้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 นั้น กยศ.ต้องศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมในปีนี้ก่อน ว่า มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นมติของคณะกรรมการ กยศ. ที่อยากให้เด็กตั้งใจเรียน ซึ่งสถานศึกษาส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย เพราะหากเด็กเรียนได้เกรดต่ำกว่า 2.00 ก็จะไม่จบการศึกษา ดังนั้น จึงมีมาตรการดังกล่าวออกมาเพื่อเป็นตัวกระตุ้น

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *