สตาร์ตอัพไทยแลนด์ หวังได้…ไปลำบาก

EyWwB5WU57MYnKOuiCsVWGkmIu6eJAheAolsEoGIql7kdKd9CrPXDT

EyWwB5WU57MYnKOuiCsVWGkmIu6eJAheAolsEoGIql7kdKd9CrPXDT

“Startup Thailand”…หนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลตั้งหวังที่จะผลักดันให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

พร้อมๆกับการจัดตั้ง “Startup Center”… ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน

ประชาสัมพันธ์ให้รู้กันถ้วนทั่ว…ใครที่มีความรู้ ความสามารถจะมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารรัฐและเอกชนได้ง่ายขึ้น มีการร่วมลงทุน สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางธุรกิจ…นวัตกรรม โดยสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุนด้านองค์ความรู้

ขีดเส้นใต้ความชัดเจนด้วยคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สอดรับกับแนวทาง “Strong Together…ทุกคนต้องมีรายได้สูงขึ้น มากน้อยก็ตามขีดความสามารถ”

ธนาคารออมสินเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ สนองตอบนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง พุ่งเป้าไปที่โครงการประกวด “ออมสิน จากร้อยสู่เงินล้าน” ในปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว นำแนวคิด “Startup Thailand” มาใช้เป็นแนวคิดหลักในการประกวดแผนธุรกิจ พร้อมๆกับให้ความสำคัญกับผลงานที่สามารถนำมา… “ทำได้เลย ทำได้เร็ว ทำได้จริง”

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน บอกว่า บทบาทของธนาคารออมสินอยู่คู่กับสังคมไทยมาถึง 103 ปี นโยบายหลักคือการสร้างความมีส่วนร่วมระหว่างธนาคารฯกับลูกค้า ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้รู้จักการสร้างสรรค์ธุรกิจ พร้อมเปลี่ยนกระบวนการความคิดให้เป็นการลงมือทำ

โครงการประกวด “ออมสิน สุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทย” Startup Thailand by GSB พิชิตรางวัลมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท…หวังว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเยาวชนให้รู้จักการสร้างสรรค์เปลี่ยนความคิดดีๆ ให้เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้

ขณะเดียวกันยังทำให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ชาติชาย บอกว่า ปีที่ผ่านมาโครงการนี้ได้รับความสนใจจากน้องๆทั่วประเทศ มีทีมส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 1,500 ทีม และมีผู้ที่สนใจติดตามโครงการมากกว่าหนึ่งแสนคน ถือว่าประสบความสำเร็จ คาดหวังว่าปีนี้จะมีคนสนใจส่งโครงการเข้าประกวดเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

“จากการประกวดในช่วงสามปีที่ผ่านมา เราพิสูจน์ได้ค่อนข้างชัดเจนว่า เยาวชนไทยรุ่นใหม่เป็นนักคิดที่มีความสร้างสรรค์ มองเห็นโอกาส…สามารถสร้างความแตกต่างในธุรกิจได้ ที่สำคัญผู้ชนะเลิศในสามปีที่ผ่านมา ผลงานที่ชนะเลิศเป็นสิ่งที่น่าทึ่งด้วยเพราะเป็นวัยกำลังศึกษา”

แต่…เพราะความกล้าคิด กล้าทดลอง กล้าลงมือทำ กล้าแสดงออก มองในมุมต่าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจแนวใหม่ และสามารถพัฒนาสินค้าในโครงการที่ส่งเข้าประกวดจวบจนวันนี้ก็ทำเป็นธุรกิจได้จริง

รายละเอียด “ออมสิน สุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทย”… Startup Thailand by GSB ปี 2559 กำหนดหลักเกณฑ์แนวคิดธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่จะนำเสนอ ดังคือ

1. เป็นแนวคิดที่สามารถร่วมแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศ หรือส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น ลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ปัญหาการว่างงาน ปัญหาภัยแล้ง

2. มีความสร้างสรรค์ โดดเด่นและแตกต่าง (Distinctive Completive & Value Creation) สามารถสื่อให้เห็นถึงแนวคิดได้อย่างชัดเจน ครบถ้วนและสอดคล้อง มีความโดดเด่น แตกต่างและ สามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

3. มีโอกาสทางการตลาด (Market Opportunity) สินค้า…บริการ มีศักยภาพในการนำออกสู่ตลาด มีโอกาสเติบโตและสร้างความสามารถด้านการแข่งขันอย่างยั่งยืน

4. มีความเป็นไปได้ของแผนในเชิงรูปธรรม (Feasibility) สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงด้วยเงื่อนไขของเวลาและปัจจัยสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

5. มีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม (Valuable for Social and Community) ศักยภาพของธุรกิจที่จะสามารถเชื่อมโยงและสร้างคุณประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

ชาติชาย ย้ำว่า ในปีนี้เรามีการขยายช่วงอายุของผู้สมัครในทีม เพื่อเปิดโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนทำงานรุ่นใหม่มากขึ้น โดยปรับเป็นช่วงอายุระหว่าง 16-30 ปี…ทีมละไม่เกิน 3 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 1 ทีม 1 แนวคิดธุรกิจ โดยมุ่งเน้นเกณฑ์การตัดสินหลักที่เป็นรูปธรรม…

“ทำได้เลย ทำได้เร็ว ทำได้จริง”

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนนี้ จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2559…ผู้ที่ผ่านรอบคัดเลือก 100 ทีม จะได้เข้าค่ายเวิร์กช็อปตามโปรแกรมเพิ่มประสบการณ์ ถ้าผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย จะได้เข้าร่วมอบรมในกิจกรรมกูรูโค้ชชิ่งเพิ่มประสบการณ์อย่างเข้มข้นแบบตัวต่อตัวจากผู้บริหารรุ่นใหม่มากประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมนำเสนอผลงานธุรกิจพิชิตเงินล้านต่อหน้าคณะกรรมการ

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb100tomillion.com เฟซบุ๊ก : gsb100tomillion

ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง…ความท้าทายที่สำคัญของธุรกิจสตาร์ตอัพมีมากมายรอบด้าน ไม่ได้สวยหรู สำเร็จได้ง่ายๆ แบบฉาบฉวย วูบๆวาบๆ รวดเร็วดั่งใจคิด…ตัดตอนมาจากมุมมองส่วนตัวโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กของ “Panutat Jimmy Tejasen” ผิดถูกอย่างไร ทักท้วงได้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์

ยกตัวอย่างสั้นๆจะได้เข้าใจง่ายๆ ย้อนหลังไปไม่กี่ปี…จะส่งต้นฉบับไปให้นิตยสารพิจารณา ถ้าโอเคก็พิมพ์ออกมาเป็นเล่มแล้วส่งไปตามสายส่งหนังสือ ร้านหนังสือ แผงย่อย แล้วก็มีคนซื้อมาอ่าน

เป็นระบบห่วงโซ่ตามขั้นตอนแต่ละช่วงก็จะมีธุรกิจที่เพิ่มมูลค่าเข้าไป ทุกคนได้ประโยชน์จากนิตยสารเล่มนี้ ไปจนถึงมือคนอ่าน …เมื่อมี “เฟซบุ๊ก” ก็กลาย
เป็นแพลตฟอร์ม…สื่อกลางที่ทำให้คนธรรมดา พิมพ์เรื่องราวออกมาเผยแพร่ให้คนเข้ามาอ่านได้ ตัดตอนห่วงโซ่ในแบบนิตยสารทั้งหมดเหลือไว้เพียง “เฟซบุ๊ก” กับ “ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต” ที่ทำรายได้ของตนเองไป แม้กระทั่ง “แท็กซี่”…ก็เช่นกัน ใครมีรถยนต์ก็สมัครเป็นคนขับได้ โดยมีแพลตฟอร์มเชื่อมโยงเอาคนขับกับคนต้องการเดินทางมาเจอกัน ผ่านสมาร์ทโฟน ซอฟต์แวร์ ที่มาคอยช่วยอำนวยความสะดวก

ปัญหามีว่า…ด้วยข้อจำกัดที่มี “สตาร์ตอัพ” ไม่สามารถใช้ได้กับทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรม…อีกทั้งใครที่คิดได้ก็สามารถนำไปสู่การลงทุน ด้วยโมเดลที่โตเร็ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ไม่ใช่โอทอป

ประเด็นสำคัญคือ…ความเห่ออย่างบ้าคลั่ง ฝันเฟื่อง ที่คิดกันแบบฉาบฉวย แห่ตามๆกันไปทำโดยไม่ยั้งคิด ทั้งที่ยังขาดความรู้โดยสิ้นเชิง

“…เป็นสตาร์ตอัพแล้ว ทำงานน้อย ได้เงินมาก หาเงินได้มาก ทัศนคติแบบนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว นำมาซึ่งหายนะ กำลังจะฆ่าสังคมและระบบเศรษฐกิจของเราเอง”.

 

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *