ธปท.แจงรัฐบาลอัดงบผ่านกองทุนหมู่บ้าน กระตุ้นกำลังซื้อประชาชน

ธปท.แจงรัฐบาลอัดงบผ่านกองทุนหมู่บ้าน กระตุ้นกำลังซื้อประชาชน

ธปท.เตรียมเสนอ พ.ร.บ.ระบบการชำระเงินให้ ครม.พิจารณา ระบุ มาตรการระยะสั้น การเพิ่มกำลังซื้อจำเป็นในช่วงเศรษฐกิจมีปัญหา ขณะที่กองทุนหมู่บ้านให้กู้ดอกต่ำ ไม่ผิดวินัยการคลัง เพราะไม่ได้ตั้งโต๊ะแจกเงิน แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดหนี้ครัวเรือน เชื่อมาตรการกระตุ้นเข้า ครม. วันที่ 1 ก.ย.นี้ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมเสนอร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระบบการชำระเงินให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ช่วยยกระดับ การกำกับดูแลระบบการชำระเงินของไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เนื่องจากกฎหมาย ในปัจจุบันมีข้อด้อย เช่น การคุ้มครองการโอนเงิน เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระบบการเงิน และการคุ้มครองเงินรับล่วงหน้า ของผู้ใช้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเป็นการรวบรวมกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบการชำระเงินที่กระจัดกระจายอยู่ ให้มารวมอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน

ทั้งนี้ หน้าที่ของ ธปท. คือการดูแลให้ถนนการเงินของระบบเศรษฐกิจมีสภาพดี ช่วยให้เงินวิ่งไปสู่ภาคเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจน ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ได้ทุกที่และชาวชนบท เข้าถึงระบบการเงินได้ง่ายขึ้น รองรับการชำระเงินจากการค้าผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ ฯลฯ โดยร่างกฎหมายระบบการชำระเงิน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ แต่จะสร้างการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์ และในอนาคตค่าธรรมเนียมข้ามเขต หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ในการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จะลดลงได้ เมื่อมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น

สำหรับกรณีรัฐบาลเตรียมอัดฉีดเงิน ให้กับชาวบ้านผ่านกองทุนหมู่บ้าน ธปท.มองว่า เป็นขั้นแรกของการเริ่มรักษาความเชื่อมั่นต่อการบริโภค เพิ่มกำลังซื้อของประชาชน เมื่อไม่ใช่เป็นการตั้งโต๊ะแจกเงิน ถือว่าไม่ผิดวินัยทางการคลัง แต่ขอให้ระวังเรื่องการคัดเลือกผู้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไปใช้ประกอบอาชีพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้เสียและกลไกการควบคุมดูแลการคัดกรองผู้ต้องการเงินต้องเข้มงวด และเมื่อสร้างกำลังซื้อของชาวบ้านแล้ว ก็ต้องเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดเล็กให้เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อให้ผู้ประกอบการขยายการลงทุน

ต่อข้อถามที่ว่า นโยบายนี้จะเป็นประชานิยมหรือไม่ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ขึ้นกับแนวทางปฏิบัติ ว่าจะลงไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่ กลไกวิธีการปล่อยกู้ด้วยว่าเป็นอย่างไร โดยเชื่อว่าผู้ปฏิบัติจะใช้ความระมัดระวัง มันไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปแจกเงิน ต้องดูว่าผู้ที่จะมาขอกู้สมควรได้รับเงินกู้หรือไม่ โดยเฉพาะการปล่อยเงินกู้เงื่อนไข ผ่อนปรนผ่านกองทุนหมู่บ้าน ก็ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือน

“มาตรการเศรษฐกิจของทีมเศรษฐกิจ ที่เตรียมเสนอต่อที่ประชุม ครม.วันที่ 1 ก.ย.นี้ จะสามารถบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจและส่งผลดีในระยะสั้นได้ โดยเป็นการกระตุ้นด้านกำลังซื้อ เมื่อเวลาเศรษฐกิจประสบปัญหาในช่วงสั้นๆ อาจต้องกระตุ้นกำลังซื้อ แต่สุดท้ายจะต้องทำในด้านโครงสร้างด้วย หากมาตรการกระตุ้นที่ออกมาประสบความสำเร็จ จะช่วยบรรเทาภาวะเศรษฐกิจไม่ให้ขยายตัวต่ำไปกว่านี้”

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีนโยบายชัดเจน ที่จะเข้ามาดูแลภาคการเกษตรและ เอสเอ็มอี หากดำเนินการได้ทั้งหมด เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง จะค่อยๆ ฟื้นตัว กรณีที่หลายคนมองว่าบางมาตรการเข้าข่ายประชานิยม ส.อ.ท.ยืนยันว่า ไม่ได้เห็นด้วยกับประชานิยม แต่จำเป็นต้องค่อยๆเลิกและปรับใหม่ เพราะประเทศไทยเสพติดมานาน โดยเฉพาะภาคเกษตร ที่มีทั้งระบบประกัน และรับจำนำ วิธีแก้คือ ต้องแบ่งโซนเพาะปลูกพืชเกษตร

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/522086

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *