สคร.ชี้ปี 59 ทีโอที อาจขาดทุนถึง11,000 ล้าน

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyODU3LzcyMzc1OC0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyODU3LzcyMzc1OC0wMS5qcGc=

สคร.เผย ปี 59 ทีโอที อาจจะขาดทุนถึง 11,000 ล้านบาท หากไม่ปรับโครงสร้าง จะมีเงินจ่ายพนักงานเพียง 20 เดือน เท่านั้น

นางรสา กาญจนสาย ผู้อำนวยการกองพัฒนารัฐวิสาหกิจ 2 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. กล่าวในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง ผ่าแผนโทรคมของชาติ CAT – TOT วิกฤตหรือโอกาส…? ประเทศไทย ที่จัดขึ้นโดยสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ว่า ปัจจุบัน สคร.ดูแลรัฐวิสากิจ 56 แห่ง มีทรัพย์สินรวมกัน 11 ล้านล้านบาท สร้างรายได้ 8 แสนล้านบาท คิดเป็น3%

โดย TOT และ CAT เป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำรายได้ จากให้สัมปทาน และสัญญาสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งจากกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้บริษัทรัฐวิสาหกิจต้องนำส่งงบการเงิน กำไร หลังจากหักค่าใช้จ่ายเข้ากระทรวงการคลัง

โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา TOT และ CAT มีกำไรลดลงจนเข้าสู่ภาวะขาดทุนต่อเนื่อง และในปี 2559 ทางด้านผู้บริหารของ TOT คาดว่า บริษัทจะขาดทุนถึง 11,000 ล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมของทั้ง 2 บริษัทมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงต้องมีมีการปรับโครงสร้างเพื่อให้บริษัทสามารถอยู่รอดได้ เนื่องจากขณะนี้ พบว่า TOT มีการถือครองเงินสดอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท มีพนักงาน 15,000 คน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะสามารถนำมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ได้เพียง 20 เดือนเท่านั้น

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

มาดูกัน ! ทำธุรกรรมการเงินผ่าน “Online Banking” อย่างไรให้ปลอดภัย

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyMjg1L21vbjIzMDg1OTEuanBn

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyMjg1L21vbjIzMDg1OTEuanBn

จากกรณีที่ นายพันธ์สุธี มีลือกิจ ลูกค้าของธนาคาร ถูกมิจฉาชีพยักยอกเงินในบัญชีผ่านบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 986,700 บาท ซึ่งแม้ทางธนาคารจะมอบเงินคืนให้เพื่อเป็นการเยียวยา แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะเริ่มไม่มั่นใจเกี่ยวกับการใช้บริการธนาคารออนไลน์ ทั้งในรูปแบบใช้งานผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านแอพลิเคชั่น แต่จริงๆ แล้วธนาคารแต่ละแห่ง วางระบบรักษาความปลอดภัยไว้ค่อนข้างรัดกุม หนึ่งในนั้นคือการใช้งานรหัสผ่านแบบครั้งเดียว หรือ OTP

สำหรับรหัส OTP หรือ one time password นั้นเป็นชุดรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว โดยเป็นตัวเลขจำนวน 6 หลัก ที่ระบบจะส่งไปยัง SMS โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ ที่ได้ลงทะเบียนไว้กับทางธนาคาร เพื่อใช้ตรวจสอบและยืนยันการเป็นเจ้าของบัญชีก่อนเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัวต่างๆ รหัสผ่านชุดนี้จะมีอายุประมาณ 3-5 นาที หากเลยเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก และต้องขอรหัสใหม่หากว่ายังทำธุรกรรมไม่เสร็จ และถือว่าเป็นมาตรการความปลอดภัยที่ใช้ได้ผล

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นกับ นายพันธุ์สุธี นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยออนไลน์ของธนาคารต่างๆ โดยตรงแต่เป็นการฉ้อฉลหลอกลวงเจ้าของบัญชี เจ้าหน้าที่บริษัทโทรศัพท์เคลื่อนที่ และคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร ตั้งแต่ 1.มิจฉาชีพรู้หมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี 2.มิจฉาชีพรู้เลขบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชี 3.มิจฉาชีพรู้เลขที่บัญชีธนาคารของเจ้าของบัญชี 4.มิจฉาชีพปลอมบัตรประชาชนของเจ้าของบัญชี

5.มิจฉาชีพเอาบัตรประชาชนเจ้าของบัญชีไปยกเลิกซิมการ์ด 6.เจ้าหน้าที่บริษัทโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกซิมการ์ดใหม่ซิมของเจ้าของบัญชีตัวจริงถูกตัด 7.จากนั้นมิจฉาชีพก็โทรไปหลอก Call Center ของธนาคาร เพื่อขอให้ปลดล็อค และ Reset รหัสผ่านใหม่ ซึ่งหลังจากนี้เลข OTP ก็จะเข้ามาที่เครื่องของมิจฉาชีพ และจากนั้นก็โอนเงินออกจากบัญชีของเจ้าของบัญชีตัวจริง

 อย่างไรก็ตามกรณีลักษณะนี้ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้น และยิ่งมีผู้ใช้งานธุรกรรมออนไลน์เพิ่ม มิจฉาชีพก็ยิ่งมีหนทางในการหาช่องโหว่เพื่อยักยอกเงินได้มากขึ้น คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง ดังนี้

1.ต้องเก็บรักษารหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password) และรหัสรักษาความปลอดภัย (Security Password) เป็นความลับ 2.หมั่นเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่เสมอ 3.ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง 4.ไม่ตอบกลับอีเมล์ที่ไม่น่าไว้ใจ 5.หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (link) ที่แนบมากับอีเมล์ที่ไม่ทราบชื่อผู้ส่ง หรืออีเมล์ที่ขอข้อมูลส่วนบุคคลเพราะอาจมีโปรแกรมสอดแนมแนบมาเพื่อโจรกรรมข้อมูล 6.เมื่อทำธุรกรรมเสร็จ ให้คลิก ออกจากระบบ (Log out) ทุกครั้ง

7.ตรวจสอบความถูกต้องของรายการธุรกรรมและยอดเงินในบัญชีของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรายการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้ทุกธนาคาร มีบริการแจ้งการเข้าระบบธนาคารออนไลน์ หรือแจ้งการเคลื่อนไหวบัญชี ผ่านทางอีเมล์ และ SMS ซึ่งผู้ใช้งานก็ควรสมัครบริการเหล่านี้ไว้ เพื่อความปลอดภัย และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที เมื่อพบความผิดปกติ 8.หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้อื่น เช่น ในร้านอินเตอร์เน็ต เพราะอาจไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดีพอ และหากเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง ผ่านทางไวไฟ ก็ต้องมั่นใจว่าเป็นเครือข่ายไวไฟที่ไว้ใจได้ หรือทางที่ดี ถ้าใช้โทรศัพท์ ก็เปลี่ยนไปใช้เครือข่าย 3จี 4จี แทน จะปลอดภัยกว่า

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

อาชีพเสริมปูทางธุรกิจ

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNzg5L21vbmstZXgyNDA4NTkuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNzg5L21vbmstZXgyNDA4NTkuanBn

“อาชีพเสริมเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ลองผิดลองถูกกับธุรกิจที่เราต้องการได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป”
ในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่หรือวัยกลางคนที่ทำงานมานานแล้ว ต่างก็มีความฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการกันทั้งนั้น อันที่จริงประโยชน์ของการทำอาชีพเสริมไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างรายได้เท่านั้น หลายคนทำเพื่อศึกษาหนทางต่อยอดเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต
การทำอาชีพเสริมกับการเป็นเจ้าของกิจการเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกันมาก แตกต่างกันตรงที่คนหนึ่งทำงานเป็นลูกจ้างแล้วอาชีพส่วนตัวควบคู่กันไป ส่วนอีกคนหนึ่งทำอาชีพส่วนตัวเต็มเวลา อย่างไรก็ดี ทั้งสองแบบก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยกันทั้งคู่ หากจะให้เลือกทางใดทางหนึ่ง

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวผมแนะนำให้ลองไปเป็นลูกจ้างก่อน เพราะจะช่วยเราสั่งสมประสบการณ์ ได้เห็นตัวอย่างการตัดสินใจแก้ไขปัญหาหรือป้องกันปัญหาที่ธุรกิจกำลังเผชิญ และอาจนำประสบการณ์เหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เราจะเจอในอนาคตได้ ดังนั้น อาชีพเสริมจึงเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ลองผิดลองถูกได้แบบไม่ต้องรีบร้อน หากมองว่ามาถูกทางทำได้ดีมีกำไรก็ค่อยขยายผลต่อ แต่หากผิดพลาดก็อาจขาดทุนแต่ไม่กระทบอะไรมากเนื่องจากยังคงมีรายได้จากงานประจำรองรับอยู่

ตัวอย่างที่เคยพบคือ เด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุราว 30 ปี ทำงานประจำเป็นพนักงานแบงก์ แล้วทำอาชีพเสริมด้วยการขายข้าวโพดคั่วเคลือบรสคาราเมล ตอนแรกก็ทำเล่นๆ เป็นของในงานเลี้ยง ต่อมาก็เริ่มพัฒนาไปเป็นรสชาติต่างๆ มากขึ้น และด้วยความใส่ใจต่อคุณภาพวัตถุดิบทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากของผู้ซื้อ ประกอบกับออกแบบแพ็คเกจได้สวยงามเหมาะเป็นของฝาก ทำให้รายได้จากอาชีพเสริมนี้แซงเงินเดือนไปเรียบร้อย จนในที่สุดก็ลาออกมาเพื่อตั้งทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง

ส่วนอีกกรณีหนึ่งที่เคยพบนั้น หนุ่มคนนี้พอเรียบจบแล้วก็ออกมาเปิดบริษัทออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับกลุ่มลูกค้าฐานะมั่งคั่งในต่างประเทศ ซึ่งก็ขายได้ราคาดีและมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ภายหลังเจ้าของบริษัทต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายเพราะขาดความเข้าใจเรื่องเงินทุนหมุนเวียน

 อธิบายโดยคร่าวๆ คือธุรกิจนี้ซื้อวัตถุดิบเป็นเงินสดแต่ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ ทำให้การจะผลิตได้แต่ออเดอร์นั้นต้องอาศัยเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก ด้วยเหตุที่จบมาแล้วเปิดบริษัทเลยจึงไม่มีเงินสะสมของตนเอง ต้องใช้การหมุนเงินจากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็มาถึงทางตันเพราะการที่ออเดอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการใช้เงินเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จนถึงจุดที่บริษัทแบกรับภาระหนี้ไม่ได้อีกต่อไป

สิ่งที่กล่าวมาเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่ง หากเราลองพิจารณาให้กว้างขึ้นจะเห็นว่ากิจการที่เปิดใหม่นั้นมักมีพื้นฐานการเงินไม่แข็งแกร่ง โดยจะต้องใช้เงินทุนไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การจ้างพนักงาน หรืออุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ขณะที่ฐานลูกค้ายังมีจำนวนน้อยหรือเป็นลูกค้าขนาดเล็กทำให้สร้างรายได้ไม่มากนัก ทำให้บางรายอาจเร่งสร้างยอดขายด้วยการหั่นราคาเพื่อให้ขายแต่แทบไม่มีกำไร บางรายอาจสั่งซื้อสินค้ามาตุนเยอะไว้เพื่อให้ต้นทุนต่ำลง แต่เสี่ยงกับการขายออกไม่หมดทำให้เกิดปัญหาเงินทุนจม เป็นต้น

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าถึงมีฝีมือดีความคิดดี แต่ขาด “ชั่วโมงบิน” แล้วการจะบริหารกิจการตัวเองอาจต้องสะดุดลง การที่ทำงานประจำพร้อมกับการลงมือเริ่มต้นธุรกิจที่เราอยากเป็นเจ้าของในอนาคตไปพร้อมๆ กัน น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดได้บ้าง

สุดท้ายนี้ สำหรับคนที่ลังเลว่าจะทำอาชีพเสริมดีหรือไม่นั้น คำตอบง่ายๆ คือ “ก็ลองทำดู” ครับ ไม่เช่นนั้นเราก็อาจมานั่งเสียดายในสิ่งที่เราไม่กล้าทำ อย่างที่ Mark Twain ได้กล่าวไว้ว่าในอนาคตเราจะพบว่าตัวเองจะผิดหวังกับสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่ทำ

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

เคล็ดลับ ตั้งเป้าหมายทางการเงิน 7 ขั้น รวยได้ไม่เกินเอื้อม!

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNTA1L21vbmV1eWh1YjIzMDg1OS5qcGc=

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNTA1L21vbmV1eWh1YjIzMDg1OS5qcGc=

คำขวัญที่ว่า มือดูดาว เท้าติดดิน หรือฝันให้ไกลไปให้ถึง เป็นคำที่สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนเมื่อหลายปีก่อน เป็นการบอกให้เรารู้จักตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ก่อน ถึงแม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่เมื่อเราได้เริ่มลงมือทำ ต่อให้ล้ม เราจะไม่ได้ติดอยู่ที่เดิมแน่นอน คนอยากมีเงินเยอะๆ อยากร่ำรวยเงินทอง ก็ต้องเป้าหมายเหมือนกัน การตั้งเป้าหมายไม่ใช่ตั้งกันเล่น หรือพูดเพื่อให้ดูสวยหรูเท่านั้น เป้าหมายที่ดี ต้องอยู่บนความเป็นจริงและเป็นไปได้ ไม่ใช่เพ้อเจ้อไปเรื่อยๆ ไปวันๆ เคล็ดลับการตั้งเป้าหมายทางการเงิน มี 7 ขั้นดังนี้
ขั้นที่ 1 วัดผลได้ เป้าหมายที่เราตั้งไว้ต้องชัดเจน วัดผลได้ การจะวัดผลได้ ก็ต้องระบุให้ชัดเจน เฉพาะเจาะจง แม้แต่เด็กๆก็สามารถเข้าใจได้ว่า เป้าหมายนั้นต้องการอะไร ไม่ใช่บอกว่า เป้าหมายของฉันคือ ฉันจะเป็นเศรษฐี เป้าหมายแบบนี้กว้างเกินไปและวัดผลไม่ได้ ถ้าจะชัดเจนก็อาจเขียนว่า ฉันจะต้องมีเงิน 10 ล้านบาท ภายใน 5 ปี และอาจแยกย่อยลงไปว่า แบ่งเป็นปีละ 2 ล้านบาท และระบุลงไปด้วยว่า เงินเหล่านี้จะมีที่มาจากอะไรบ้างเป็นต้น
ขั้นที่ 2 ต้องเขียนเป้าหมายนั้นออกมา เขียนติดไว้ที่ฝาห้อง ที่โต๊ะทำงาน หรือที่ไหนก็ได้ที่เราคิดว่าจะสามารถมองเห็นและเตือนให้ตระหนักในภารกิจที่เราต้องการพิชิต เพราะการตั้งเป้าหมายที่อยู่แต่ภายในใจ เดี๋ยวก็ลืม เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จำได้บ้างไม่ได้บ้าง บางอย่างตกหล่น สู้เขียนกำหนดออกมาให้ชัดเจนเลยจะดีกว่า และถือเป็นสัญญาที่เราให้ไว้กับต้องเองอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย คนที่เขียนเป้าหมายออกมาเป็นตัวอักษร มีแนวโน้มว่าจะบรรลุเป้าหมายได้มากกว่าคนที่ไม่ได้เขียนมันออกมาถึง 10 เท่า
ขั้นที่ 3 เขียนสิ่งที่ต้องทำ หรือวิธีการทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นออกมา เขียนให้ละเอียดได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราสามารถที่จะระบุถึงความจริงได้ การเขียนที่ละเอียดจะเป็นตัวตรวจสอบโดยตัวมันเองว่า ขั้นตอนวิธีการไหน ที่อาจดูเป็นความฝันมากไป หรือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้องเขียนทุกขั้นตอนให้เสร็จสมบูรณ์ และถ้าในขั้นลงรายละเอียดแล้วมีหลายสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราก็จะสามารถเปลี่ยนวิธีหรือเปลี่ยนเป้าหมายนั้นมีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น
ขั้นที่ 4 กำหนดตารางเวลา หรือกำหนดเส้นตาย การกำหนดเวลาลงไปจะช่วยให้เราตรวจสอบและรีบลงมือจัดการหรือแก้ปัญหาทันที เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะค้างคา งานลำดับอื่นๆที่จะตามมาก็พลอยติดขัดล่าช้าออกไปด้วย การกำหนดเวลายังถือเป็นสิ่งที่เราใช้วัดผลของเป้าหมายได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะถ้าเราทำไม่ทัน อาจเพราะงานนั้นยากกว่าที่เราคิด ก็ต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายเงื่อนเวลาใหม่ เพื่อให้ความฝันเราสมจริงและจับต้องได้ ภายในชาตินี้หรือในช่วงชีวิตของเรา
ขั้นที่ 5 จัดลำดับความสำคัญ เป้าหมายที่ใหญ่จะมีเป้าหมายย่อยๆ ดังนั้นเราต้องจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายย่อยๆนั้นเพื่อ ให้เกิดความเป็นระบบระเบียบ ไม่ทำแบบกระโดดข้ามไปมา การจัดลำดับช่วยให้เราไม่งง และไม่ทำงานซ้ำซ้อน และไม่เสียเวลาไปกับงานที่ไม่สำคัญมากเกินไป

 ขั้นที่ 6 ลงมือทำ เมื่อตั้งเป้าหมายแล้ว ต้องลงมือทำ ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะถ้าตั้งเป้าหมาย กำหนดตารางเวลาและการวัดผลต่างๆแล้ว แต่ไม่มีการลงมือทำ ขั้นตอนที่ผ่านมาก็ไม่มีความหมาย ขั้นตอนนี้ต้องใช้ใจ ใช้วินัยในการผลักดันตัวเอง อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ต้องลงมือทำทันที

ขั้นตอนที่ 7 สร้างความก้าวหน้าทุกวัน เป้าหมายที่ใหญ่ และท้าทายต้องใช้เวลาในการไปถึงค่อนข้างนาน ต้องมีความอดทน ที่จะค่อยๆเห็นผลวันละเล็กวันละน้อย ทำให้สม่ำเสมอทุกๆวัน ในขั้นตอนนี้เราต้องใช้กำหนดตารางเวลาและการจัดลำดับความสำคัญเป็นตัวช่วย เพื่อให้การงานในแต่ละวันบรรลุเป้าหมาย จากเป้าหมายเล็กๆ ย่อยๆหลายเป้าหมาย สู่เป้าหมายหลักหรือเป้าหมายสุดท้ายในที่สุด
จะเห็นว่าเป้าหมายนั้น จะมีส่วนประกอบเป็นเป้าหมายย่อย และลำดับเวลา จะว่าไปก็คล้ายๆตารางเวลา เพียงแต่ต้องเพิ่มเติมในส่วนที่สามารถวัดผลได้ การตั้งเป้าหมายทางการเงินก็ยิ่งต้องละเอียด เพราะการเงินเป็นตัวเลข มีข้อดีที่สามารถวัดผลได้ค่อนข้างแม่นยำ หากเราต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน สามารถนำหลักการตั้งเป้าหมายและนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ได้ ที่สำคัญเมื่อตั้งเป้าหมายแล้ว ต้องลงมือทำทันที ถ้าไม่ทำ ต่อให้เขียนเป้าหมายไว้ดีและชัดเจนแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com/

กสทช.ย้ำ! เปิดเบอร์ Truemove H ต้องมีบัตรประชาชนตัวจริง

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyMDQxL21vbjIyMDg1OTMuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyMDQxL21vbjIyMDg1OTMuanBn

กสทช.ตั้งคณะทำงานพิจารณาโทษของบริษัททรูมูฟเอชฯ กรณีเปิดซิมใหม่โดยไม่มีบัตรประชาชนตัวจริงเป็นหลักฐาน

วันที่ 22 ส.ค. 59 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยภายหลังเป็นคนกลางการหารือระหว่าง นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์บริษัททรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น และ นายพันธุ์สุธี มีลือกิจ ซึ่งได้รับความเสียหายจากการมีผู้หลอกเปิดซิมการ์ดของทรูและนำรหัสไปใช้ถอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบงก์ของธนาคารกสิกรไทยวงเงินกว่า 9 แสนบาท ว่าจะส่งหนังสือถึงโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์มือถือทุกค่าย เพื่อย้ำในเรื่องของการเปิดใช้ซิมโทรศัพท์ที่จะต้องมีบัตรประชาชนตัวจริงมาแสดงตัว พร้อมกับตั้งคณะทำงานพิจารณาลงโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีตั้งแต่ตักเตือน ปรับ และสั่งพักใบอนุญาต

โดย กสทช. อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มระบบการรักษาความปลอดภัยในการใช้ซิมการ์ด โดยอาจต้องให้สแกนลายนิ้วมือของผู้ใช้โทรศัพท์เพิ่มขึ้น แต่ต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการด้วย

ด้าน นายจักรกฤษณ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นความประมาทเลินเล่อของพนักงานของบริษัท ที่แม้คนร้ายพยายามจะขอเปิดซิมผ่านระบบคอลล์เซ็นเตอร์ ซึ่งไม่ผ่านแต่พนักงานยอมให้บริการเพราะถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยทางทรูได้ขอโทษนายพันธุ์สุธีแล้ว และมอบเครื่องโทรศัพท์มือถือ และให้ใช้บริการฟรี 1 ปี เป็นการแทนคำขอโทษ

 ขณะที่ นายพันธุ์สุธี ระบุว่า การให้สำเนาบัตรประชาชนเพราะทำธุรกิจขายเครื่องประดับรถยนต์ผ่านระบบออน์ไลน์ การให้สำเนาบัตรประชาชนเป็นวิธีการยืนยันว่าได้ค้าขายจริงไม่ได้หลอกลวง รวมทั้งได้ปกปิดบาร์โค้ดของบัตรประชาชนแล้ว เพียงแต่คนร้ายยังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นคัดลอกได้ จึงเตือนผู้ถือบัตรว่าจะต้องปกปิดวันเดือนปีเกิด บาร์โค้ดบัตรประชาชน หมายเลขบัตรประชาชน ด้วยการใช้กระดาษปิดทับเพื่อจะได้ไม่สามารถแสกนรหัสได้

ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรรม คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ตำรวจคงจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้โดยทำเป็นขบวนการ 3 คน เป็นชาวสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี โดยผู้ต้องหาที่ไปขอเปิดซิมการ์ดอายุ 19 ปีชื่อ นายสยาม เทืองผล มีประวัติอาชญากรรมเพิ่งออกจากคุก และเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ข้อมูลจากระบบอินเตอร์เน็ต

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดSMEsของดีทั่วไทย

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDQ1LzcyMzQ5MS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDQ1LzcyMzQ5MS0wMS5qcGc=

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อน SMEs พร้อมจัดงานมหกรรมสุดยอด SMEs ของดีทั่วไทย ณ จังหวัดมุกดาหาร 24-28 สิงหาคม ศกนี้

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ขับเคลื่อนการตลาดให้ผู้ประกอบการ SMEs ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและพัฒนาขีดความสามารถเชิงธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค พร้อมรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติสู่ประเทศไทย 4.0 โดยจะมีการจัดงาน “มหกรรมสุดยอด SMEs ของดีทั่วไทย” ที่จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2559 นี้ โดยภายในงานจะมีกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า SMEs OTOP เกษตรอินทรีย์ Biz club วิสาหกิจชุมชนสินค้า GI อาหารเด่นที่มีศักยภาพจากทั้ง 4 ภาค 75 จังหวัด รวมทั้งสินค้าเด่นของ สปป.ลาว จำนวน 200 คูหา และจะจัดควบคู่กับประชุมสัมมนาเจรจาจับคู่ธุรกิจ ระหว่างผู้ประกอบการจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือทุกจังหวัด และจาก สปป.ลาว จำนวน 150 ราย เป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาด รวมทั้งสร้างเครือข่ายทางการค้าให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าในภูมิภาคให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ นำมาซึ่งการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนและท้องถิ่น

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ธปท.ย้ำระบบการเงินดิจิทัลจำเป็น

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDg5LzcyMzUwOS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDg5LzcyMzUwOS0wMS5qcGc=

ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำระบบการเงินดิจิทัล มีความจำเป็น ลดต้นทุนบริการ อุดช่องโหว่การใช้เงินราชการ ขณะระบุ ธนาคารออมสิน ได้ปิดระบบเอทีเอ็มเพื่อจำกัดความเสียหายกรณีถูกคนร้ายแฮกเอทีเอ็ม

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวในการเสวนาพิเศษ “ธุรกรรมการเงินยุคดิจิทัล” ว่า ประเทศไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะให้เท่าทันการ ปรับเปลี่ยนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ในการบริหารจัดการระบบ และยังก่อให้เกิดประโยชน์ ในการสร้างระบบธรรมาภิบาลของส่วนราชการ เข้ามาอุดช่องโหว่ในเรื่องของความโปร่งใส การรั่วไหลของการจ่ายเงินมากขึ้น และจะทำให้การใช้เงินงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการปรับแก้กฎหมายในการดูแลบังคับใช้ ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีหลายหน่วยงานดูแล โดยจะมีการออกพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงเชิงระบบที่จะเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิตอล

 อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้และผู้ให้บริการจากเงินสดสู่บริการอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องใช้เวลาและการเรียนรู้ อาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในทันที

ส่วนกรณีที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินถูกแฮกนั้น ได้รับรายงานมาระยะหนึ่งแล้ว โดยธนาคารเริ่มพบความผิดปกติของตู้เอทีเอ็มมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งธนาคารได้ปิดระบบเครือข่ายเอทีเอ็ม เพื่อจำกัดความเสียหาย พร้อมทั้งแจ้งไปยังธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ให้ตรวจสอบและระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย ซึ่งหน่วยงานฝ่ายเทคโนโลยีของทุกธนาคารได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยืนยันว่า มีเพียงธนาคารเดียวที่เสียหาย ส่วนสถาบันการเงินอื่นๆ นั้นยังไม่ได้รับแจ้ง และขึ้นอยู่กับระบบของเเต่ละธนาคารเอง เพราะมีหลายองค์ประกอบทั้งระบบซอฟแวร์ ระบบการตรวจสอบยอดเงิน และระบบเครือข่ายเอทีเอ็ม และขณะนี้ทางธนาคารออมสินได้ให้บริษัทผู้ผลิตตู้เอทีเอ็มในต่างประเทศตรวจสอบ โดยจะต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com/

พณ.เดินหน้ากำชับความสัมพันธ์การค้าภูฏาน

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDg1LzcyMzUxMS0wMi5qcGc=

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDg1LzcyMzUxMS0wMi5qcGc=

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับภูฏาน ธุรกิจก่อสร้าง โรงแรมมีอนาคต

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคมนี้ ตนจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า หรือ JTC ไทย-ภูฏาน ครั้งที่ 1 ณ ราชอาณาจักรภูฏาน โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เพื่อให้การค้าและการลงทุนของทั้งสองฝ่ายขยายตัวมากขึ้น โดยจะหารือถึงความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น การค้า การลงทุนก่อสร้าง โรงแรม และการเกษตร

 โดยราชอาณาจักรภูฏาน เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก ไม่มีทางออกทางทะเล และมีสถิติการค้ารวมกับไทยในปี 2558 เพียง 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ และอันดับที่ 166 ของไทยในโลก เป็นอย่างไรก็ตาม ราชอาณาจักรภูฏาน เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับไทยแน่นแฟ้นและใกล้ชิดตลอดมา โดยมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดผ่านสายสัมพันธ์ของพระราชวงศ์ของทั้งสองประเทศ

โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน ผ้าผืนเครื่องจักรกลและชิ้นส่วนประกอบของเครื่องผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ สิ่งทออื่นๆ และ เครื่องนุ่งห่มและสินค้านำเข้าสำคัญจากภูฏาน คือ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เคมีภัณฑ์อื่นๆ ไม้ซุง ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

ออมสิน เผย ถูกแฮก ATM 21 เครื่อง สูญเงิน กว่า 12 ล้านบาท

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDQxL3N2YjEuanBn

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDEyNDQxL3N2YjEuanBn

ธนาคารออมสิน ปิดให้บริการตู้ ATM บางส่วนระยะหนึ่ง เหตุพบเงินขาดจากกล่องเงินเครื่อง ATM เผยอยู่ระหว่างวิเคราะห์สาเหตุทางเทคนิคร่วมกับผู้ผลิตตู้ ระหว่างนี้ให้ใช้ตู้ ATM ได้ทุกธนาคาร โดย ฟรี! ค่าธรรมเนียม ด้าน ผอ.ออมสิน ย้ำ..จะดำเนินการร่วมกับตำรวจอย่างเร่งด่วนที่สุด ชี้ไม่กระทบกับบัญชีหรือเงินฝากของลูกค้า

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้ขอปิดให้บริการตู้ ATM บางส่วนเป็นการชั่วคราว (เฉพาะตู้บางรุ่นที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของตู้ ATM) หลังพบเงินของธนาคารฯ ที่ใส่ในเครื่อง ATM หายไป ซึ่งไม่ใช่เงินของลูกค้า ไม่ได้กระทบบัญชีของลูกค้าแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ธนาคารฯ ได้ทำการตรวจสอบพบว่าเครื่อง ATM 1 ใน 3 ยี่ห้อ ที่ธนาคารออมสินใช้อยู่ เงินในเครื่องได้หายไป เริ่มแรกพบว่ามีจำนวน 5 เครื่องที่เงินหายไปเป็นจำนวน 960,000 บาท ธนาคารฯ จึงได้ตัดสินใจปิดบริการเครื่องยี่ห้อนี้ทุกเครื่อง เพื่อสำรวจเงินทั้งหมดร่วมกับบริษัทเจ้าของเครื่องและทำการตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น
ล่าสุดได้รับแจ้งจากบริษัทว่าเป็นลักษณะการโจรกรรมเงินในกล่องเงินเครื่อง ATM เฉพาะที่ติดตั้งนอกสถานที่ (Stand Alone) โดยใช้โปรแกรม Malware ซึ่งธนาคารฯ อยู่ระหว่างดำเนินแก้ไขให้เครื่องมีความปลอดภัยก่อนเปิดให้บริการ และระหว่างนี้ธนาคารออมสินได้เปิดบริการในจุดติดตั้งที่มีความปลอดภัยเครื่อง ATM ยี่ห้อดังกล่าว 3,343 เครื่อง ตรวจสอบครบแล้วพบมีเงินหายไปจำนวน 21 เครื่อง เป็นเงินรวม 12,291,000 บาท
“ธนาคารออมสิน ต้องการชี้แจงเพื่อให้ประชาชนและลูกค้าทราบสาเหตุที่ธนาคารฯ ต้องปิดให้บริการตู้ ATM บางรุ่น เพื่อตรวจสอบระบบ ATM ของธนาคาร และเป็นการป้องกันความเสียหายเงินของธนาคารที่อยู่ในตู้ โดยขอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับบัญชีและเงินของลูกค้าแต่อย่างใด และจะเร่งดำเนินการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับตัวผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน”ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

 ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปิดบริการตู้ ATM บางรุ่นดังกล่าว อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก โดยลูกค้าสามารถใช้บริการตู้ ATM ที่ติดตั้งอยู่หน้าสาขาของธนาคารออมสินได้ทุกสาขา รวมถึงตู้ ATM ที่อยู่นอกสาขาบางส่วน นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอื่นๆ ของธนาคารได้ตามปกติ ได้แก่ บัตร ATM บัตรออมสิน วีซ่าเดบิต บริการ MyMo (Mobile Banking) และ Internet Banking หรือใช้บริการที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคารออมสิน ตามวันและเวลาเปิดทำการของสาขา นั้นๆ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการ ATM ลูกค้าสามารถใช้บริการที่ตู้ ATM ได้ทุกธนาคารในเขตพื้นที่เดียวกัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการทำรายการตลอดระยะเวลาที่ปิดบริการดังกล่าว

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com/

หอการค้าชี้เหตุระเบิดกระทบศก.ระยะสั้น

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDExMTAxLzcyMjMyOC0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODIvNDExMTAxLzcyMjMyOC0wMS5qcGc=

หอการค้าไทย ชี้ เหตุระเบิดใต้กระทบ ศก. ไทย ระยะสั้น 1-2 เดือน เงินสูญ 2,300 – 4,500 ล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจการประเมินผลกระทบของผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ต่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ พบว่า ส่วนใหญ่ประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตาของต่างชาติมากที่สุด แต่จะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่า ระยะเวลาที่ได้รับกระทบประมาณ 1 – 2 เดือน ซึ่งจะมีผลต่อการบริโภค ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลง เฉลี่ยวันละ 75 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินหายไปจากระบบประมาณ 2,300 – 4,500 ล้านบาท และจะกระทบต่อการท่องเที่ยวเฉพาะภาคใต้ทำนักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 124,000 คน หรือประมาณร้อยละ 1.1 ของจำนวนคาดการณ์นักท่องเที่ยวของปีนี้ ที่ 33.2 ล้านคน เม็ดเงินจะหายไปจากระบบ กว่า 6,050 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมเหตุการณ์ระเบิด มีผลต่อเศรษฐกิจในกรอบ 8,300 – 10,573 ล้านบาท มีผลต่อจีดีพี ไทยเพียงร้อยละ 0.05-0.07

ซึ่งรัฐบาล ควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว เพิ่มมาตรการความปลอดภัย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก และเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ตลอดจนเร่งดำเนินการชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ประสบเหตุ

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

1 2 3 4 5 6