ธอส.ชวนลงทะเบียนพร้อมเพย์

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk3MDYxLzcxMTA3MS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk3MDYxLzcxMTA3MS0wMS5qcGc=

 

ธอส. ชวนลงทะเบียนพร้อมเพย์ บริการรับ-โอนเงินรูปแบบใหม่ ที่ทำการสาขาทั่วประเทศ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เชิญชวนลูกค้าธนาคารลงทะเบียนใช้บริการรับ-โอนเงินรูปแบบใหม่ “พร้อมเพย์ : PromptPay” ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป ณ ที่ทำการสาขาของธนาคารทั่วประเทศ โดยผู้ที่สนใจผูกบัญชีพร้อมเพย์ กับ ธอส. เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน ใบเรียกเก็บค่าบริการ/ใบเสร็จรับเงินโทรศัพท์มือถือ เดือนล่าสุด ที่มีชื่อท่านเป็นผู้ใช้บริการ และสมุดบัญชีเงินฝาก ธอส. ที่ท่านต้องการผูกบัญชีมาเป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) 02-645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Fackbook fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

 

ขอบคุณที่มา        http://money.sanook.com/

ธ.ก.ส.ลงทะเบียนพร้อมเพย์แล้ว 6.7ล้านบัญชี

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODAvNDAwMzUzLzcxMzY1OS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODAvNDAwMzUzLzcxMzY1OS0wMS5qcGc=

 

ธ.ก.ส. เผยยอดลงทะเบียนพร้อมเพย์ มีกว่า 6.7 ล้านบัญชี จากทั้งหมด 16 ล้านบัญชี

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ยอดลงทะเบียนพร้อมเพย์ (Prompt Pay) ของ ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปเข้ามาลงทะเบียนล่วงหน้าที่ ธ.ก.ส. 1,275 สาขาทั่วประเทศแล้ว ทั้งหมด 6,798,989 บัญชี แยกเป็น  1.  ใช้เลขบัญชี+ID = 5,575,674 บัญชี   2. ใช้เลขบัญชี+ID+เบอร์โทร = 1,223,284 บัญชี จากยอดบัญชีของ ธ.ก.ส. ทั้งหมดกว่า 16 ล้านบัญชี

สำหรับการลงทะเบียน ตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง คาดว่ามีผู้ลงทะเบียนประมาณ 19 ล้านคน ในส่วนของ ธ.ก.ส. คาดว่า มีผู้ลงทะเบียน 8-10 ล้านคน จากสาขาทั่วประเทศ ที่ทำการเปิดรับลงทะเบียนในระยะเวลา 1 เดือน

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

 

ประกาศรับสมัครแม่บ้านทำความสะอาดเงินเดือน 64,000 บ.

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODAvNDAwMDY5L21vbjE0MDc1OTMuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvODAvNDAwMDY5L21vbjE0MDc1OTMuanBn

สำนักพระราชวังบักกิงแฮม ประกาศรับสมัครแม่บ้านประจำได้ค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 64,000 บาท พร้อมที่พัก

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมของอังกฤษ ประกาศรับสมัครแม่บ้านประจำเสนอเงินค่าจ้างให้ปีละ 16,755 ปอนด์ หรือราว 778,000 บาท ตกแล้วเดือนละประมาณ 64,000 บาท พร้อมระบุหน้าที่คือ เป็นทีมช่วยเหลืองานภายในครัว จัดเตรียมอาหารเสิร์ฟให้กับสมาชิกในราชวงศ์ เก็บล้างอุปกรณ์จาน-ชามทุกสิ่งอย่างให้สะอาดตามสุขอนามัย สถานที่ทำงานหลักคือ พระราชวังบักกิงแฮม แต่อาจต้องย้ายไปทำงานตามตำหนักต่างๆ หมดเขตรับสมัคร 20 ก.ค. นี้้

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com

 

รองนายกฯสมคิดถกพาณิชย์ติดตามส่งออก

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5OTgxLzcxMzM3Ny0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5OTgxLzcxMzM3Ny0wMS5qcGc=

รองนายกฯ สมคิด หารือ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ติดตามงาน พร้อมหารือมาตรการกระตุ้นส่งออก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามก้าวหน้าการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ ตามนโยบายรัฐบาล โดยแต่ละหน่วยงานได้มีการเตรียมข้อมูลเพื่อรายงานความคืบหน้าและในส่วนของการส่งออกนั้นกระทรวงพาณิชย์ จะรายงานถึงสถานการณ์ส่งออกและแผนงานที่จะผลักดันการส่งออกที่เหลือของปี หลังจากได้เรียกให้ผู้ส่งออก เป็นรายอุตสาหกรรมมาหารือแล้ว ซึ่งมีทั้งการปรับเพิ่มและปรับลดเป้าหมายรายอุตสาหกรรม แม้จะมีการคงเป้าการทำงานไว้ที่ร้อยละ 5 แต่ก็ได้มีการประเมินตัวเลขส่งออกตามสถานการณ์ และปัจจัยต่าง ๆ โดยโอกาสที่การส่งออกจะทำได้จริง อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.5 – 3

อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงผลการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ต่อสื่อมวลชน ในช่วงบ่ายวันนี้

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ร.ฟ.ท.เปิดตัวรถโดยสารรุ่นใหม่เชิงพาณิชย์

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5OTczLzcxMzM3Mi0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5OTczLzcxMzM3Mi0wMS5qcGc=

ร.ฟ.ท. เปิดตัวรถโดยสารรุ่นใหม่ คาดรับมอบครบ 115 คัน ต.ค. 59 เตรียมเปิดทดลองใช้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สิงหาคม นี้

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธี เปิดตัวรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน วงเงิน 4,668.89 ล้านบาท สำหรับการบริการเชิงพาณิชย์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า สำหรับในวันนี้ ทางการรถไฟฯ เปิดตัวรถโดยสารรุ่นใหม่จำนวน 39 คัน หรือ 3 ขบวน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และทดสอบการเดินรถ ก่อนที่จะมีการรับมอบต่อไป โดยจะรับมอบทุกปลายเดือน เดือนละ 2 ชุด และครบ 115 คัน ภายในเดือนตุลาคม 2559 และจะทำการทดสอบการเดินรถในเส้นทางแรก กรุงเทพฯ-เชียงใหม่
ในเดือนสิงหาคม 2559 พร้อมเปิดให้บริการครบ 4 เส้นทาง ในเดือนธันวาคม นี้ ประกอบไปด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, อุบลราชธานี,หนองคาย และหาดใหญ่ ไป-กลับ วันละ 2 ขบวนต่อเส้นทาง รวม 8 ขบวน วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม./ชม.และหากก่อสร้างทางคู่แล้วเสร็จ จะสามารถประหยัดเวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้ รถโดยสารรุ่นใหม่ทั้งหมด ถือว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการขนส่งผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ ของการรถไฟฯ เนื่องจากรถโดยสารรุ่นใหม่ ได้ออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการใช้บริการของผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารระดับกลางและระดับบนที่มีกำลังซื้อ และต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ขณะเดียวกัน ยังมีในส่วนของตู้โดยสารสำหรับผู้พิการด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หลังจากได้นำรถโดยสารรุ่นใหม่ที่มีการอำนวยความสะดวกครบทุกด้านมาให้บริการแล้ว จะสามารถจูงใจให้คนมาใช้บริการและแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์ได้

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

ด่วน ! เปิดคนจนลงทะเบียนรับสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ก.ค.-15 ส.ค. 59

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5NjE3L21vbjEzMDc1OTIuanBn

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5NjE3L21vbjEzMDc1OTIuanBn

คลังเปิดเงื่อนไขการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องอายุ18 ขึ้นไป ว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนต่อปี โดยต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลรายได้ หนี้สินและทรัพย์สินให้ทราบ เปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.- 15 ส.ค 59เท่านั้น

นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง แถลงว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 มีมติรับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ถูกต้องและจะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสมต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนโดยมีเงื่อนไขและวิธีการที่สำคัญ ดังนี้

1.คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน:ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1.1 มีสัญชาติไทย
1.2 มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2541
1.3 ว่างงานหรือมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทในปี 2558

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สิน หนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการของรัฐ

2. ช่วงเวลาในการลงทะเบียน: ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2559

3. หลักฐานที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน: บัตรประจำตัวประชาชน

4. สถานที่ลงทะเบียน: สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยลงทะเบียนที่ธนาคารใดธนาคารหนึ่งเท่านั้น

5. วิธีการลงทะเบียน มี 2 วิธี :

วิธีที่ 1: การกรอกแบบลงทะเบียน ณ ธนาคาร ให้ดำเนินการดังนี้

1) ยื่นบัตรประชาชนให้แก่เจ้าหน้าที่ของธนาคาร
2) รับแบบลงทะเบียนจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร แล้วกรอกแบบลงทะเบียนพร้อมทั้ง
ลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
3) เจ้าหน้าที่ธนาคารจะให้เอกสาร (เป็นหางตั๋วแผ่นเล็ก ๆ) ให้ผู้ลงทะเบียนเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานการลงทะเบียน

วิธีที่ 2: การกรอกแบบลงทะเบียนจากสถานที่อื่น แล้วจึงนำมายื่นที่ธนาคาร ให้ดำเนินการดังนี้

1) ดาวน์โหลดแบบลงทะเบียนจากเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

2) กรอกแบบลงทะเบียนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อด้วยตนเอง

3) ติดต่อที่สาขาของธนาคาร โดยยื่นบัตรประชาชนพร้อมทั้งแบบลงทะเบียนตามข้อ 2) ให้แก่เจ้าหน้าที่ของธนาคาร

4) เจ้าหน้าที่ธนาคารจะให้เอกสาร (เป็นหางตั๋วแผ่นเล็ก ๆ) ให้ผู้ลงทะเบียนเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานการลงทะเบียน

6. การตรวจสอบผลการลงทะเบียน: ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนสามารถเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร แล้วกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตน โดยระบบจะแจ้งผลการลงทะเบียนให้ทราบว่า ได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วหรือไม่

7. การจัดสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อย: รัฐบาลจะบูรณาการฐานข้อมูลแล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในอนาคต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ค่าแรงดำนาพุ่งพรวด 400-500 บ. ชาวบ้านเมิน ต้องจ้างต่างด้าว

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5MTg1L21vbjEyMDc1OTQuanBn

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5MTg1L21vbjEyMDc1OTQuanBn

จังหวัดพะเยา เผยค่าแรงดำนาพุ่งเป็น 400-500 บาท ไม่ค่อยมีแรงงานชาวบ้านที่จะมารับจ้างทำ ต้องจ้างแรงงานต่างด้าวทักษะแย่

นายอติวรรธน์ หอมนาน ประธานสภาเกษตรกรพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า ในพื้นที่พะเยา 68 ตำบล 9 อำเภอ มีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 620.000 ไร่ และอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกข้าวมาก 3 อำเภอคือ อ.ดอกคำใต้ กว่า 130.000 ไร่ อ.จุน 90.000 ไร่ และ อ.เชียงคำ 83.901 ไร่ นอกนั้นแต่ละอำเภอมีพื้นที่ทำนารองลงมาตามลำดับ ทั้งจังหวัดสามารถผลิตข้าวได้ไม่น้อยกว่า 240.000 ตัน และเกษตรกรปลูกข้าวเจ้ามากกว่าข้าวเหนียวนึ่งถึง 60% ล่าสุดพื้นที่นาเกษตรกรปลูกไปแล้วไม่น้อยกว่า 85% ส่วนมากจะใช้วิธีหยอด-หว่านด้วยรถไถนา

นายอติวรรธน์กล่าวอีกว่า ในพื้นที่พะเยา 9 อำเภอ จะเรียกการบริหารงานออกเป็น 2 พื้นที่คือ หน้าเขา เช่น อ.เมืองพะเยา, แม่ใจ, ดอกคำใต้ และ อ.ภูกามยาว ส่วนหลังเขาคือ อ.จุน, เชียงม่วน, ปง, ภูซาง และ อ.เชียงคำ ภาพรวมในการทำนาที่ผ่านมากว่า 20-30 ปี จะให้วิธีดำนาด้วยแรงงานชาวบ้าน หรือลงแขกดำนาด้วยมือแต่มาล่าสุดกว่า 5-10 ปี 80% จะใช้วิธีหว่านและหยอด เพราะสะดวกและลดต้นทุนในการผลิตการทำนา และในพื้นที่พะเยาก็ยังมีเจ้าของที่นาโดยเฉพาะชาวนาหลังเขา 5 อำเภอ ยังนิยมปลูกนา, ดำนาด้วยมือในรูปแบบลงแขกเอามื้อกัน ในส่วนค่าแรงในการปลูกในเวลานี้ จะไม่ค่อยมีแรงงานที่จะมารับจ้าง และผู้ที่ปลูกนาเป็นก็จะเป็นคนรุ่นเก่า ทำให้ค่าจ้างในการปลูกนาพุ่งขึ้นวันละ 400-500 บาท

ส่วนสาเหตุที่ค่าแรงในการดำนาพุ่งสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ถึงแม้ว่าจะมีแรงงานต่างชาติ 3 ประเทศ ก็ตามแต่ก็ปลูกได้ไม่ดีไม่มีฝีมือเหมือนชาวนาคนไทย และการปลูกนาของชาวบ้านมีเทคนิคในการปลูก หรือปราชญ์ท้องถิ่นชาวนาที่มีมากว่า 100 ปี ประกอบกับการทำไร่ไถนาก็จะไม่ใช้วัว-ควายไถแล้วหันไปใช้รถอีต๊อกไถนา

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

ครม.อนุมัติตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานฯ วงเงิน 1 แสนล้าน

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5MjE5L21vbjEyMDc1OTUuanBn

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5MjE5L21vbjEyMDc1OTUuanBn

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบรายละเอียดโครงสร้างกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (กองทุนรวมฯ) ที่มีมูลค่ากองทุน 100,000 ล้านบาท โดยในระยะแรกให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ลงทุนรายเดียวตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 และเห็นชอบกลไกการรับประกันผลตอบแทนที่ให้มีกองทุนหมุนเวียนโดยให้ตราเป็นพระราชบัญญัติเพื่อรักษาระดับผลตอบแทนของกองทุน

รวมถึงสร้างจูงใจและความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้รับทราบโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้เข้าสู่กองทุนฯ ประกอบด้วย โครงการของกรมทางหลวง  2 โครงการ และโครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในวันนี้ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ตามมติครม.เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 โดยปรับเปลี่ยนชื่อเป็น “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ” จากเดิม คือ “กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย” หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ โดยกองทุนเป็นกองทุนปิด ไม่จำกัดอายุของกองทุนที่จัดตั้งภายใต้ประกาศและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

สำหรับมูลค่าการระดมทุน 100,000 ล้านบาท และสามารถระดมทุนเพิ่มเติมได้ในอนาคต โดยวัตถุประสงค์เพื่อลงในในโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานเดิม และลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆที่เหมาะสมเพื่อเสริมสภาพคล่องและความมั่นคงของกองทุนฯ และสร้างผลตอบแทนให้แก่กองทุน

ในส่วนของการลงทุนนั้น ระยะแรกกระทรวงการคลังจะลงทุนแต่เพียงรายเดียว วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยใช้เงินที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน ประเภท ข ของกองทุนรวมวายุภักษ์1 วงเงิน 1,000 ล้านบาท และใช้เงินสด หรือหลักทรัพย์ หรือนำหน่วยลงทุนประเภท ก. ของกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ไปชำระราคาค่าซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนณ วงเงิน 9,000 ล้านบาท ส่วนในระยะต่อไปนั้น เงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งนักลงทุนรายย่อยผ่านการจำหน่ายหน่วยลงทุนของกองทุนฯ เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

สำหรับผู้มีสิทธิถือหน่วยลงทุน ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง และนักลงทุนภาครัฐ เช่น กองทุนรวมวายุภักษ์ 1 และรัฐวิสาหกิจ นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย โดยคาดว่าจะสามารถจดทะเบียนแล้วเสร็จภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ไป ในส่วนของการันตีผลตอบแทนนั้น ได้กำหนดที่ 2-3%

นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติจ้างบริษัท หลักทรัพย์ จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจัดการเพื่อจัดตั้งและบริหารจัดการกองทุน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุดอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาร่างสัญญาจัดการกองทุนฯ ส่วนที่ปรึกษาทางการเงินนั้น จะใช้วิธีการคัดเลือกทั้งที่ปรึกษาทางการเงินไทยและต่างประเทศ รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างคณะที่ปรึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของกองทุนด้วย

สำหรับเบื้องต้น กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเป็นไปได้ที่จะนำเข้ากองทุน คือ ทางหลวงหมายเลข 7 สายกรุงเทพ-บ้านฉาง และทางหลวงหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ของกรมทางหลวง และทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำหรับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการ ในปี 2558-2560 นั้น เป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 1.79 ล้านล้านบาท

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

30 สถาบันการเงิน ขนโปรฯลุย Money Expo Korat 2016

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5MTAxL21vbjEyMDc1OTMuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk5MTAxL21vbjEyMDc1OTMuanBn

งานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 10 Money Expo Korat 2016 จัดหนัก 30 ธนาคาร/สถาบันการเงิน แข่งโปรโมชั่นเด็ดเงินกู้ 0%-เงินฝากดอกเบี้ยสูง หวังสร้างเม็ดเงินใหม่สะพัดทั่วอีสาน สวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา วันที่ 5-7 ส.ค. 2559 ที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ นครราชสีมา

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า วารสารการเงินธนาคาร จะจัดงานมหกรรมการเงิน โคราช ครั้งที่ 10 Money Expo Korat 2016 ขึ้นในวันที่ 5-7 สิงหาคม 2559 ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์นครราชสีมา จ.นครราชสีมา ภายใต้แนวคิด “Digital Life Digital Money ชีวิตดิจิทัล การเงินดิจิทัล” เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของสังคมไทยและสังคมโลก ที่กำลังก้าวไปสู่ “ยุคดิจิทัล” อย่างแท้จริงทั้งในเรื่องของ Digital Money และ IOT Internet of Things การสื่อสารที่ไร้พรมแดน ตั้งแต่บ้านเรือน รถยนต์ไปจนอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงสื่อสารกันเองได้
นายสันติกล่าวว่า ธนาคารและสถาบันการเงิน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 10 รวม 30 แห่ง มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะมานำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนให้กับประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง
โดยในส่วนของบริการทางการเงิน ประชาชนที่เข้าชมงานสามารถเลือกบริการอย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเอสเอ็มอี บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เงินฝากทุกประเภท รวมทั้งประกันชีวิต/ประกันภัย/ประกันสุขภาพ โดยมีแคมเปญโปรโมชั่นที่นำมาเสนอให้เป็นพิเศษภายในงาน อาทิ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% รวมถึงการลุ้นรางวัลชิงโชค และของแจกของแถมมากมาย
ด้านบริการทางการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผนึกกำลังกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และโบรกเกอร์ทองคำ นำบริการทางการลงทุนมาให้เลือกลงทุนหลากหลายช่องทาง ทั้งหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม และทองคำ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำการลงทุนอย่างเหมาะสม

นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ รองประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า ภายในงานยังจัดให้มีการสัมมนาด้านการเงิน การลงทุน และความบันเทิงจากกองทัพศิลปินดาราที่จะมาร่วมสนุกและเปิดการแสดงมินิคอนเสิร์ตให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ จากการจัดงานมหกรรมการเงินโคราช ปี 2558 ที่ผ่านมา ได้สร้างสถิติใหม่ โดยมียอดธุรกรรมทางการเงินการลงทุนในงานสูงสุดจากการจัดงานมหกรรมการเงินโคราชทั้ง 9 ครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเม็ดเงินช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 18,700 ล้านบาท
โดยมียอดสินเชื่อบ้าน สูงมาเป็นอันดับ 1 มีประชาชนแห่มาขอสินเชื่อบ้านภายในงานกว่า 10,800 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในการจัดงานมหกรรมการเงินในภาคอีสาน อันดับที่ 2 เป็นสินเชื่อเอสเอ็มอี มีคนมาขอสินเชื่อมากเป็นประวัติการณ์เช่นกัน รวมยอดเงินกว่า 3,682 ล้านบาท และอันดับที่ 3 เป็นสินเชื่อเงินฝาก มียอดเงินฝากรวมทั้งสิ้นกว่า 1,972 ล้านบาท และมียอดผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วัน กว่า 200,000 คน
“เชื่อมั่นว่างานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 10 ในปีนี้ จะได้รับการความสนใจจากประชาชนชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการภายในงานอย่างคับคั่งเช่นเดียวกัน”

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com/

แรงงานเผยเลขผู้หางานผ่านSmart Job Center

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk4NzU3LzcxMjU4NS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzkvMzk4NzU3LzcxMjU4NS0wMS5qcGc=

กระทรวงแรงงาน เผย ปี 57 – มิ.ย. 59 มีผู้หางานทำ พร้อมได้รับการบรรจุ ผ่าน Smart Job Center จำนวน 1,076,218 คน ด้านรัฐมนตรีสั่งติดตามทุกระยะ

นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2557 ถึงเดือนมิถุนายน 2559 พบมีผู้หางานทำได้รับการบรรจุผ่าน Smart Job Center เฉพาะการทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ ในประเทศแล้ว จำนวน 1,076,218 คน โดยแยกเป็น ปี 2557 จำนวน 371,635 คน ปี 2558 จำนวน 417,707 คน และปี 2559 ถึงเดือน มิ.ย. มีจำนวน 286,876 คน สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ได้รับการบรรจุงานประมาณ 10,992,802,735 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังมอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทำงานเชิงรุก ตรวจสอบตำแหน่งงานทุกระยะ เพื่อประโยชน์แก่ผู้หางานจะได้รับทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีความต้องการแรงงานประมาณ 38,000 – 45,000 อัตรา โดยเฉพาะเดือน พ.ค. 59 มีสถานประกอบการแจ้งตำแหน่งงานว่างมายังหน่วยงานของกระทรวงแรงงาน จำนวน 38,806 อัตรา และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า เพิ่มขึ้นจำนวน 2,213 อัตรา หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.05 ดังนั้น ผู้ที่กำลังหางานทำหรือต้องการเปลี่ยนงานสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามสายด่วน 1694

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

1 2 3 4 5