คลังเตรียมปรับเงื่อนไขกู้บ้านประชารัฐ

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkzMTY5L21vbjIwMDY1OTIuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkzMTY5L21vbjIwMDY1OTIuanBn

คลัง เตรียมหารือธนาคารออมสิน – ธอส. ปรับหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านประชารัฐ หลังยอดอนุมัติสินเชื่ออืด จากปัญหาผู้ยื่นกู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก

ธนาคารออมสิน และ ธอส. เตรียมหารือนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาปรับเงื่อนไขการให้สินเชื่อโครงการบ้านประชารัฐ หลังพบปัญหาผู้ยื่นกู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก ทำให้อนุมัติสินเชื่อได้เพียง 6,000 ล้านบาท จากวงเงิน 40,000 ล้านบาท

เบื้องต้น หลักเกณฑ์ที่จะแก้ไขมี 3-4 ประเด็น อาทิ หากกู้เพื่อสร้างบ้านเองไม่ควรรวมราคาที่ดิน เพราะทำให้ราคาบ้านเกิน 1,500,000 บาท และไม่สามารถสร้างบนที่ดินของพ่อแม่พี่น้องได้ ต้องเป็นที่ดินของตัวเอง

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com/

สมคิด ชงมาตรการช่วยเกษตรกรพรุ่งนี้

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkzMDg5LzcwNzE0MS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkzMDg5LzcwNzE0MS0wMS5qcGc=

‘รองนายกฯสมคิด’ เผย เตรียมเสนอมาตรการช่วยเกษตรกรชุดใหม่ เข้า ครม. พรุ่งนี้ เพิ่มรายได้เกษตรกร

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถา อนาคตเศรษฐกิจไทยในยุค 4.0 ในงานสัมมนา หอการค้าไทย- จีน ว่า รัฐบาลใช้เวลาอย่างเต็มที่ในช่วง 6 เดือน ไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงท่ามกลางการทรุดตัวของเศรษฐกิจโลก เพื่อให้คนไทยอยู่ได้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยในวันพรุ่งนี้จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชุดใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูการผลิตใหม่ที่กำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ แม้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 3.2 แต่ยังต้องลุ้นในช่วงที่เหลือของปีเพราะหลายปัจจัยขึ้นกับเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ดังนั้นประเทศไทยต้องพึ่งพาตนเอง และพึ่งพาอาเซียนที่ยังมีการเติบโตสูงทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

6 แบงก์ ร่วมวางเครื่องรับบัตรกว่า 4 แสนเครื่อง

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyODAzL21vbjE5MDY1OS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyODAzL21vbjE5MDY1OS5qcGc=

ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง ผนึกกำลังร่วมติดตั้งเครื่องรับบัตรร่วมกันกว่า 400,000 เครื่องทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงินของประเทศไทยตามแผน National E-Payment ของรัฐบาล

ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง ได้แก่ กรุงไทย,กรุงศรีอยุธยา,ทหารไทย ,ไทยพาณิชย์,ธนชาต และออมสิน ผนึกกำลังร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มประสิทธิภาพระบบการชำระเงินของประเทศไทยเป็นครั้งแรก ด้วยการเตรียมแผนติดตั้งเครื่องรับบัตรร่วมกันกว่า 400,000 เครื่องทั่วประเทศ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าติดตั้งเครื่องรับบัตรในราคาถูกลง ลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมจากการติดตั้งเครื่องรับบัตร หนุนให้เกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรอย่างแพร่หลายตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ National E-Payment ของรัฐบาล

ทั้งนี้เครื่องรับบัตรจะสามารถรับได้ทั้งบัตรเดบิต , เครดิต รวมทั้งมีเครื่องอีดีซี เครื่องรับบัตรผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต หรือ mPOS และฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษอื่นๆในเครื่องเดียว

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

‘เก็บพลอยขาย’ สร้างรายได้อย่างงามช่วงฤดูฝน

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyODQzL21vbjE5MDY1OTEuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyODQzL21vbjE5MDY1OTEuanBn

ชาวบ้านที่อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ มีรายได้อย่างงาม จากการเก็บหาเม็ดพลอยขายในช่วงฤดูฝน หลังไถพรวนดินเพื่อเตรียมการปลูกพืชไร่ 
วิธีการเก็บหาพลอยของชาวบ้าน จะเดินไปตามแปลงดิน ที่เพิ่งจะมีการไถพรวน ทุกครั้งที่มีฝนตก ลงมาใหม่ ๆ ก็จะสามารถพบเห็นเม็ดพลอยได้ โดยชาวบ้านจะสังเกตหินสีดำออกน้ำเงิน เมื่อสะท้อนแสงแดด จะมีผิวค่อนข้างมันวาว จากนั้นจะใช้แสงไฟจากโทรศัพท์ หรือแสงจากดวงอาทิตย์ ในการส่องเพื่อดูความโปร่งแสงของพลอยแต่ละเม็ด ซึ่งพลอยที่นี่จะมีทั้งสีเขียวมรกต และสีน้ำเงินไพลิน ส่วนใหญ่จะค่อนข้างทึบไม่ค่อยโปร่งแสง เมื่อใช้แสงไฟส่อง หรือส่องพลอยกับดวงอาทิตย์ จึงจะเห็นสีสันของเนื้อพลอย ราคาจึงค่อนข้างถูก มีตั้งแต่ราคาหลักสิบ ไปจนถึงหลักหมื่น ที่สำคัญ เนื้อพลอย ที่พบบางส่วนจะเป็นผลึกคล้ายกับเกลือสินเทา หรือ เกลือทะเล พลอยประเภทนี้จะถูกกดราคาในการรับซื้อจากพ่อค้า

จากการสอบถาม นางแอ๋ว ลาภขุนทด ชาวบ้าน ทำไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย เริ่มหาพลอยขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยทุกครั้งที่มีฝนตกชะลงมา ก็จะสามารถเดินหาเก็บพลอยมาขายได้ พลอยที่นี่ไม่ต้องขุดหา เพราะอยู่ในความลึกไม่เกิน 1 เมตร

ถึงแม้ว่าชาวบ้านจะเดินเก็บหากันแบบนี้ทุกๆปี แต่เมื่อมีการไถพรวนขึ้นมาใหม่ ก็สามารถพบเห็นเม็ดพลอยได้ ในบริเวณจุดเดิมๆ พ่อค้ารับซื้อส่วนใหญ่จะมาจากจังหวัดจันทบุรี

 

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ข้าราชการเฮ ! กรมบัญชีกลาง เพิ่มค่าทำฟัน 11 รายการ เริ่ม 1 ต.ค.59

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyNjYxL21vbjE3MDY1OTIuanBn

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyNjYxL21vbjE3MDY1OTIuanBn

บัญชีกลางยกระดับการรักษาทางทันตกรรม ปรับอัตราค่าบริการให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน หวังช่วยให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวเข้าถึงการรับบริการมากขึ้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ได้ปรับอัตราค่าบริการสาธารณสุข ในส่วนค่าบริการทางทันตกรรม ฟันเทียมถอดได้และอุปกรณ์ เพื่อให้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากการพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีสิทธิและบุคคล ในครอบครัว รวมถึงจะช่วยให้เข้าถึงการรับบริการทางทันตกรรมได้มากขึ้น โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้ประกาศกำหนด รายการ อัตรา และเงื่อนไขการเบิกจ่ายอัตราค่าบริการทางทันตกรรม ฟันเทียมถอดได้และอุปกรณ์ สำหรับสถานพยาบาลของทางราชการ ประกอบด้วย

1.เพิ่มรายการค่าบริการ 11 รายการ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษา และ

2.ปรับเพิ่มอัตราค่าบริการ จำนวน 46 รายการ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุนของสถานพยาบาล และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว
รายการ และอัตราค่าบริการทางทันตกรรมใหม่ ที่ให้เบิก อาทิเช่น

aHR0cDovL3AxLnMxc2YuY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyNjYxL3R0MS5qcGc=

“กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงอัตราค่าบริการสาธารณสุขใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ปรับปรุงค่าบริการและเพิ่มรายการเกี่ยวกับทันตกรรม ฟันเทียมถอดได้และอุปกรณ์ ให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นรายการที่มีการใช้บริการจำนวนมาก และมีความจำเป็นในการรักษา ซึ่งการปรับปรุงดังกล่าวจะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 410 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 ใช้งบประมาณในด้านทันตกรรมเป็นเงิน 1,170 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 1.76 ของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด” นายมนัส กล่าว

 

ขอบคุณที่มา       http://money.sanook.com/

ธ.ก.ส.เดินหน้าต่อเนื่องปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพ

aHR0cDovL3AyLnMxc2YuY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMjAxL3QxLmpwZw==

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMjAxL21vbjE2MDY1OTEuanBn

ธ.ก.ส. ผนึก มจส. – มสธ.  และภาคีเครือข่าย ปั้นคนรุ่นใหม่หวังสืบสานงานเกษตรพัฒนาทายาทเกษตรกรรุ่นที่ มุ่งหวังให้ทายาทเกษตรกรและผู้มีใจรักอาชีพเกษตรกรรมให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพ มีความมั่นใจ มีศักดิ์ศรี มีความยั่งยืนในการดำรงชีวิตด้วยอาชีพเกษตรกรรม เปิดรับจนถึง 15 ก.ค. 59 นี้ 

aHR0cDovL3AyLnMxc2YuY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMjAxL3QxLmpwZw==

นายชวลินทร์ สายหล้า ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนายฐานิศร์ สุทธสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาการเกษตรและชนบทจำเนียร สาระนาค (สจส.) ภายใต้มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค (มจส.) เปิดเผยถึงความร่วมมือ ในการจัดทำโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพรุ่นที่ 3 เพื่อพัฒนาทายาทเกษตรกรสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพในแวดวง งานเกษตรอย่างต่อเนื่องเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เรียนฟรีตลอดระยะเวลาการอบรม 9 เดือน

สำหรับโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กับ มจส. ที่ต้องการให้มีทายาทเกษตรกรมืออาชีพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีคนรุ่นใหม่มารับช่วงงานด้านเกษตรแทนเกษตรกรรุ่นเก่าที่มีอายุมากขึ้น เป็นการสานต่องานหลักของประเทศไทยให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพที่มีความรอบรู้ มีความมั่นใจ มีศักดิ์ศรี มีความยั่งยืนในการทำงานเกษตรให้สามารถยืนหยัดพัฒนาทั้งผลิตผลและการตลาด

ในการดำเนินโครงการที่ผ่านมา ในรุ่นที่1 ดำเนินการในปี 2557 รับผู้สมัครจำนวน 50 คน ผู้จบหลักสูตรจำนวน 37ราย คิดเป็นร้อยละ 74 รุ่นที่ 2 ปี 2558 รับผู้สมัครจำนวน 127 ราย ผู้จบหลักสูตรจำนวน 112 ราย คิดเป็นร้อยละ 88 และรุ่นที่ 3 ดำเนินการในปี2559 นี้อย่างต่อเนื่อง เปิดรับจำนวน 200 ราย

โดยผู้ที่เข้าโครงการฯจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้จริงจากกระบวนการพัฒนาความรู้อย่างครบถ้วน ร่วมลงมือปฏิบัติจริงกับผู้ประกอบการที่ประสบผลสำเร็จ เรียนรู้การคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง การทำแผนธุรกิจเพื่อต่อยอดการผลิตสินค้าเกษตร เรียนรู้แผนการผลิต การแปรรูป การตลาด การเงินการลงทุน การบริหารจัดการ การสร้างเครือข่ายอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับปราชญ์เกษตรนับเป็นโอกาสในการศึกษาด้านการเกษตรที่อยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรักงานเกษตรมาสมัครเข้าร่วมโครงการ ที่ผ่านมามีเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่รับการอบรมจากโครงการฯทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 สามารถนำไปปรับใช้ในการทำการเกษตรของตนเองจนประสบความสำเร็จ โดย ธ.ก.ส.พร้อมสนับสนุนทั้งด้านการเรียนรู้ พัฒนาผลิตผล การตลาดและเงินทุนอย่างครบวงจร เพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร(SMAE)
นายฐานิศร์ สุทธสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาการเกษตรและชนบท (สจส.) ภายใต้มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค (มจส.) ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สจส. ดำเนินงานฝึกอบรมเกษตรกรรุ่นใหม่ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายแห่ง โดยมุ่งหวังสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใจรักงานการเกษตรและมุ่งมั่นที่จะทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมยึดแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สานต่องานเกษตรจากรุ่นพ่อแม่เป็นทายาทเกษตรกรมืออาชีพ

ให้เกษตรกรรุ่นใหม่มีอาชีพที่มั่นคง มีความก้าวหน้าในถิ่นฐานบ้านเกิดของตนและเป็นแรงงานสำคัญในการพัฒนาชุมชนของตนเอง เพื่อสังคมชนบทเข้มแข็งลดการแออัดของสังคมเมือง

โดยคุณสมบัติผู้สมัครที่กำหนดไว้ดังนี้ 1 ผู้สมัครมีที่ดินในการทำการเกษตร 2 อายุตั้งแต่20-35 ปี ตั้งใจสืบทอดการเกษตรมีเวลาเข้าร่วมโครงการสม่ำเสมอ สมัครเข้าร่วมโครงการได้ โดยขอรับใบสมัครที่ ธ.ก.ส. สาขาทั่วประเทศ มูลนิธิอาจารย์จำเนียร สาระนาค(ธ.ก.ส. สาขาอาคารนางเลิ้ง) หรือdownload จาก www.chamnien.org รับสมัครจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

ทายาทเกษตรกรจะเป็นผู้ออกแบบหลักสูตรของตนเอง เรียนแล้วมั่นใจว่าเกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่นคง พัฒนางานอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงแนวคิด สร้างเครือข่ายงานการเกษตร รับรองว่าเรียนแล้วไม่ผิดหวัง ได้ทดลองจริงทำจริง แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้รู้จริง ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ปราชญ์เกษตร วิทยากร รวมทั้ง ธ.ก.ส. ในฐานะพี่เลี้ยงผู้คอยติดตามดูแลตลอดระยะเวลา 9 เดือน ที่เรียนรู้ในโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพ

นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้ารับการอบรมจากโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพมาร่วมให้ข้อมูลถึงความสำเร็จที่ได้รับจากการร่วมโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพของตนเองอีกด้วย ได้แก่ผู้แทนจากผู้เข้ารับการอบรมรุ่นที่1 นางสาวเกษกาญจน์ อิ่มจิตร (ใบเตย) อายุ 29 ปี อ.เมือง จ.นครปฐม ทำเกษตรผสมผสาน รวมกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ จ.นครปฐม และผู้เข้ารับการอบรมรุ่นที่ 2.นายกุลิส์ ไฝเพชร อายุ 34 ปี อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ทำนาข้าว นาบัว เลี้ยงปลา เกษตรอินทรีย์ .

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ข้อดีของบัตรเครดิต ที่หลายคนอาจไม่รู้

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMzg5L21vbmV5aHViMTUwNjU5LmpwZw==

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMzg5L21vbmV5aHViMTUwNjU5LmpwZw==

บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางที่ใช้แทนเงินสดของผู้คนมานานนับก็หลายทศวรรษ น่าจะเป็นไปได้ว่าคนที่เข้าหลักเกณฑ์สามารถสมัครบัตรเครดิตได้คงมีบัตรเครดิตกันอย่างน้อยก็ต้องคนละใบ ส่วนบางคนไม่ต้องพูดถึงมีกันหลายใบ บางคนเป็นสิบใบก็มี แต่ก็มีเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ด้วยความที่เข้าใจว่าบัตรเครดิตเป็นบัตรที่ใช้รูดเพื่อจ่ายค่าสินค้าหรือบริการแทนเงินสดเท่านั้น

ดังนั้น หากมีเงินสดเพียงพอที่จะใช้จ่ายอยู่แล้ว บัตรเครดิตก็ถือว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น อย่างที่ไปอ่านเจอเข้าในกระทู้หนึ่ง ตาม link นี้ http://pantip.com/topic/35137765 ที่เจ้าของกระทู้เข้ามาตั้งกระทู้เพราะความสงสัยในเรื่องประโยชน์ของการใช้บัตรเครดิต เนื่องจากเพราะไม่เคยใช้และไม่รู้จริง ๆ ว่าหากมีเงินสดแล้ว บัตรเครดิตจะจำเป็นตรงไหน
ที่จริงการมีเงินสดแต่พอเพียงไว้ในกระเป๋าเพื่อเป็นการใช้จ่ายแบบเจ้าของกระทู้ และไม่ต้องเข้ามายุ่งกับบัตรเครดิตก็ถือเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าปัจจุบันคนที่ใช้บัตรเครดิตแบบไม่มีวินัยแล้วต้องตกอยู่กับวังวนปัญหาหนี้สินบัตรเครดิตจนถอนตัวไม่ขึ้นก็มีให้เห็นกันมากมาย จนบางครั้งมีคนไม่รู้เรื่องบัตรเครดิตมาถาม เราเองก็ไม่อยากจะสอนให้เลย คือ ไม่รู้นะดีแล้ว
แต่ในความเป็นจริง บัตรเครดิตมีข้อดีอยู่มากมาย หากเราใช้อย่างถูกทางก็เหมือนบัตรเครดิตสามารถอำนวยความสะดวกและให้ผลประโยชน์กับเราได้อยู่เหมือนกัน หากเราบริหารจัดการได้ดี ก็แทบไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้บัตรเครดิตเลยด้วยซ้ำไป อย่างในกระทู้ก็มีผู้มีประสบการณ์จากการใช้บัตรเครดิตเพื่อประโยชน์ที่หลากหลายต่างก็เข้ามาให้คำตอบเพื่อคลายความสงสัยกับเจ้าของกระทู้กันอย่างคึกคัก
ข้อดีอย่างแรกของบัตรเครดิตที่มีหลายท่านเข้ามาให้ความเห็นในกระทู้ ก็เป็นเรื่องของการไม่ต้องพกเงินสดในกระเป๋าเยอะ แค่บัตรเครดิตใบเดียว เงินสดก็พกแค่พอประมาณ ก็ช่วยในทั้งเรื่องความสะดวกไม่ต้องพกเงินเยอะและอันตรายจากการต้องพกเงินเยอะด้วยเช่นกัน

ข้อดีอีกเรื่องก็เป็นเรื่องของการได้เครดิตจากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของ รูดบัตรไปก่อน กว่าจะต้องนำเงินไปชำระก็ประมาณเดือนหน้า สินค้าบางอย่างที่มีราคาสูงหน่อย ก็สามารถใช้บัตรเครดิตผ่อนได้ มีโปรโมชั่นมากมายที่ออกมาเพื่อกระตุ้นให้คนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 0% 3 เดือน 6 เดือน หากเป็นสินค้าที่เราตั้งใจและจำเป็นที่จะซื้ออยู่แล้ว ก็สามารถรูดผ่านบัตรเครดิตได้

นอกจากนั้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ยังสามารถสะสมเป็นคะแนนเพื่อแลกของรางวัลต่าง ๆ ได้ตามสไตล์ที่เราชอบ อาจเป็นเครดิตเงินสดคืนเข้าบัญชี แลกของใช้เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแลกเป็นตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง voucher เงินสดของร้านค้าต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย
บัตรเครดิตทุกธนาคารในปัจจุบันก็จะมีการร่วมมือกับทางร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าปั๊มน้ำมัน เพื่อทำโปรโมชั่น ถือเป็นข้อดีของผู้ถือบัตรเครดิต อาจได้ส่วนลด มีของแถม โปรโมชั่นดีกว่าจ่ายเป็นเงินสดซะอีก โปรโมชั่นก็มีหลายรูปแบบ ลดราคาทันที เช่น ลด 10% หรือ มา 4 จ่าย 3 หรือ เป็นของแถมของรางวัล เช่น ครบ 5,000 บาท ได้กระเป๋า หรือ อาจะเป็นในรูปแบบของเงินคืน Cash back ทุกยอดการใช้จ่ายภายในวันนี้หรือซื้อสินค้ารวมของแผนกนี้จะได้คืน 1% เป็นต้น
บางคนก็เข้ามาให้ความเห็นบอกถึงประโยชน์ของบัตรเครดิตที่ใช้ในการทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่วงเงินไม่มากนัก และต้องจ่ายเงินคืนเต็มวงเงินทุกครั้งเพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย เนื่องจากบัตรเครดิตโดยมากรอบบัญชีการจ่ายเงินที่ปลอดดอกเบี้ยจะสูงถึง 55 วัน ผู้ที่ทำธุรกิจก็จะสามารถนำเวลาปลอดดอกเบี้ยช่วงนี้ไปบริหาร อาจเป็นการให้เครดิตกับลูกค้า 15-20 วัน ก็จะได้เปรียบคู่แข่งของเราที่ต้องให้ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น
ความสะดวกในการจ่ายบิลค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต รวมไว้ในบัตรเครดิตใบเดียว ก็ถือเป็นความสะดวกอย่างมาก ถึงเวลาตัดบัญชีไป พอครบกำหนดต้องชำระตามเวลา ก็ไปชำระทีเดียวรวมกับยอดใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย หากต้องคอยไปตามจ่ายบิลทีละใบ บางทีลืมเดี๋ยวโดนตัดโน่นตัดนี่ ก็ปวดหัวกันอีก

การซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์ หากมีบัตรเครดิตก็ถือว่าสะดวกมาก หากไม่มีนี่ก็หมดหวังไปเลย การจองห้องพัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เช่ารถ ต้องใช้บัตรเครดิตทั้งนั้น หากจองล่วงหน้าแบบนี้ถือเป็นความจำเป็นต้องมีบัตรเครดิตด้วยซ้ำไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องจองกันอย่างไร เดี๋ยวนี้ยังมีให้จ่ายเงินสดล่วงหน้ากันอีกหรือไม่ คิดว่าไม่น่าจะมีแล้ว หรือการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แม้จะต้องมีการพกเงินสกุลนั้นติดตัวไปบ้าง เผื่อต้องซื้อของ การมีบัตรเครดิตสักใบก็ถือเป็นความสะดวกมาก เพราะสามารถใช้รูดซื้อสินค้าได้ในทุกประเทศเมื่อเราเดินทางไป ไม่ต้องพกเงินไปเยอะแยะ
เรื่องค่าธรรมเนียมรายปี ถึงแม้จะมีชาร์ตเข้ามาในบัตรเครดิต แต่ถ้าเรามียอดการใช้จ่ายตามที่แต่ละประเภทของบัตรระบุไว้ เราก็สามารถโทรไปขอ waive ค่าธรรมเนียมรายปีนี้ได้ แทบไม่ต้องเสีย เหมือนใช้บัตรเครดิตฟรีเลย
บางคนก็เข้ามาให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจมาก เป็นเหตุผลที่บางคนไม่เคยนึกถึงเลย คือเผื่อไว้เป็นประวัติทางการเงินในระบบ บางทีอนาคตหากต้องกู้เงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อบ้านหรือซื้อรถ คนที่ไม่มีประวัติเครดิตเลย ทางธนาคารก็ไม่รู้จะพิจารณาตรงไหน อาจยากกว่าคนที่เคยมีประวัติการใช้บัตรเครดิต แต่ก็ต้องเป็นประวัติที่ดีด้วยนะ จ่ายตรงเวลา อันนี้เป็นความเห็นที่น่าสนใจมาก อีกท่านก็เหมือนจะเข้ามาขอบคุณที่ไม่ได้หักบัตรเครดิตทิ้งไปตั้งแต่ตอนแรก เนื่องจากถึงเวลามีคนเจ็บไข้ต้องรักษาในโรงพยาบาล ก็ได้วงเงินในบัตรเครดิตนี่ล่ะรูดไปก่อน ค่อยเก็บเงินมาโปะคืนทีหลังให้จบ ภายใน 2 เดือน ไม่อย่างนั้นตอนนั้นก็ยังมองไม่เห็นว่าจะไปหามาจากไหน
จะเห็นว่าข้อดีของบัตรเครดิตก็มีมาก หากเรารู้จักใช้ มีวินัย มองบัตรเครดิตเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้จ่ายเงินแทนเงินสดเท่านั้น เมื่อรูดไปก็รีบนำเงินสดไปชำระคืน การเริ่มมีบัตรก็เหมือนการก้าวขาเข้าไปมีโอกาสที่จะเป็นหนี้ ให้เราใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิต ใช้วงเงิน ใช้เครดิต ใช้คะแนนสะสม ใช้เพื่อความสะดวกบนพื้นฐานความจำเป็นไม่ใช่ฟุ่มเฟือย อย่าให้บัตรเครดิตมาใช้เรา เพียงแค่นี้ บัตรเครดิตก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว กลับกลายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสามารถอำนวยความสะดวกและสร้างผลประโยชน์ให้กับเราได้มากมาย

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

ธ.ก.ส.จัดโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพ

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMzUzLzcwNjI4OC0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMzUzLzcwNjI4OC0wMS5qcGc=

ธ.ก.ส. จัดทำโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพ รุ่นที่ 3 หวังเพิ่มจำนวนเกษตร หลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายชวลินทร์ สายหล้า ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. พร้อมด้วย นายฐานิศร์ สุทธสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาการเกษตรและชนบทจำเนียร สาระนาค หรือ สจส. แถลงร่วมกันจัดทำโครงการทายาทเกษตรกรมืออาชีพ รุ่นที่ 3 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่มารับช่วงต่อเกษตรกรรุ่นเก่า หลังจากจำนวนเกษตรกรลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้กระบวนการทำเกษตรตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูก แหล่งเงินทุน จนถึงแปรรูปสินค้า การต่อยอดธุรกิจ และช่องทางการตลาด จากปราชญ์เกษตรเป็นระยะเวลา 9 เดือน ซึ่งปีนี้จะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 200 ราย ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม นี้ โดยคุณสมบัติผู้สมัครจะต้องมีที่ดินในการทำการเกษตร และมีอายุ 20 – 35 ปี สามารถสมัครได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.chamnien.org

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

คมนาคมเล็งเปิดประมูลสถานีรถไฟกลางดงส.ค.

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMzY1LzcwNjI4OS0wMS5qcGc=

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMzY1LzcwNjI4OS0wMS5qcGc=

กระทรวงคมนาคม เล็งเปิดประมูลสถานีรถไฟกลางดง สิงหาคม นี้ หลังมอบจีนออกแบบก่อสร้าง ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 11 ว่า ในเบื้องต้น ที่ประชุมได้มีการสรุปว่า จะเริ่มก่อสร้างช่วงแรกในเส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ก่อนที่บริเวณสถานีกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินและไม่มีทางยกระดับสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนงบประมาณการก่อสร้าง ได้ให้กระทรวงการคลังพิจารณา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ฝ่ายจีน ได้ดำเนินการออกแบบเส้นทางภายในระยะเวลา 1 เดือนให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาในเดือนสิงหาคม จากนั้นให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเดือนกันยายน ขณะที่เส้นทางที่เหลือ 4 ช่วง ได้ขอให้ฝ่ายจีน ทำการร่างแบบร่วมกับฝ่ายไทย และส่งมาให้ดำเนินการเป็นระยะ เพื่อให้แผนการก่อสร้างมีความต่อเนื่อง

สำหรับการประชุมวันนี้ มีการพิจารณาทำร่างสัญญารูปแบบก่อสร้างโครงการ 2 ฉบับ และพิจารณามูลค่าของโครงการ โดยหากช่วงบ่ายวันนี้ได้ข้อสรุปจะเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมรูปแบบของโครงการพิจารณาต่อไป ขณะที่การประชุมในช่วงเช้า ยังไม่ได้ข้อสรุป

 

 

ขอบคุณที่มา     http://money.sanook.com/

คลัง เปิดให้คนจน ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการ เริ่ม 15 ก.ค.59 นี้

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMTExL21vbjE1MDY1OTMuanBn

aHR0cDovL3AyLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMTExL21vbjE1MDY1OTMuanBn

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันภาครัฐใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนสวัสดิการสังคมช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการสำหรับเด็กและครอบครัว สวัสดิการด้านการศึกษา สวัสดิการด้านสุขภาพอนามัย สวัสดิการคนพิการ สวัสดิการผู้ด้อยโอกาส และสวัสดิการผู้สูงอายุ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีการให้เงินช่วยเหลืออื่น ๆ ตามนโยบายในแต่ละรัฐบาล อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาการจัดสวัสดิการสังคมและการให้เงินช่วยเหลือของภาครัฐยังมีข้อจำกัด โดยภาครัฐไม่สามารถกำหนดนโยบายการให้เงินช่วยเหลือต่างๆ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกำหนดนโยบายกระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง และขาดข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเป็นรายบุคคลที่บูรณาการข้ามหน่วยงาน

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละโครงการเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ และกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายให้พิจารณาดำเนินการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมในโครงการ e-Payment ภาครัฐ

aHR0cDovL3AxLnMxc2YuY29tL21uLzAvdWQvNzgvMzkyMTExL21vZjEuanBn

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 จึงได้มีมติรับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1) ว่างงานหรือมีรายได้ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในแต่ละปีปฏิทินไม่เกิน 100,000 บาท และเป็นรูปแบบสมัครใจ (Voluntary Basis) โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการของรัฐ

2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีสัญชาติไทย

2. กลไกการดำเนินการ

1) ลงทะเบียน ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2559 สำหรับปีต่อๆ ไปให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 30 กันยายน ของแต่ละปี

2) สถาบันการเงินตามข้อ 1) จัดเก็บเอกสารแล้วส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากรเพื่อจัดเก็บข้อมูลและทำการตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง (Post Audit)

3) กรมสรรพากรเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย นำไปบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมแล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมภายใต้โครงการ e-Payment ภาครัฐในระยะต่อไป

3. ประโยชน์ที่จะได้รับ

ช่วยทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากการลงทะเบียนจะต้องแสดงข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และการเป็นหนี้สิน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลทราบข้อมูลและสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

1 2 3 4 5 6