หุ้นเช้าปิดบวก 8.34 จุด มูลค่าซื้อขาย 20,859.46 ล้าน

14460104651446010492l

EyWwB5WU57MYnKOuX7GJLa6Rnr69NKjkSBWZ1BXTueVI8aSmICdZq1

หุ้นไทย 24 ธ.ค.2558 ปิดตลาดภาคเช้า เพิ่มขึ้น 8.34 จุด ที่ระดับ 1,282.84 จุด มูลค่าซื้อขาย 20,859.46 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 58 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเช้า เพิ่มขึ้น 8.34 จุด ที่ระดับ 1,282.84 จุด หรือคิดเป็น 0.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 20,859.46 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน).

 

ขอบคุณที่มา   http://www.thairath.co.th/content/553602

ทองเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 18,750

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eRDb0oLK6mBqg5

EyWwB5WU57MYnKOuX7GJrSMqdIlSnUbk8sDdEh8cAMw6Fk3hIxjQfq

ราคาทองคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,250 ขายออกบาทละ 18,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 17,979.76 ขายออกบาทละ 18,750…

วันที่ 24 ธ.ค. 58 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.21 น. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,250.00 บาท ขายออกบาทละ 18,350.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 17,979.76 บาท ขายออกบาทละ 18,750.00 บาท

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/553493

 

ครม.ไฟเขียว บัตรประชาชนรุ่นใหม่สุดล้ำ กดเอทีเอ็ม-รูดปื๊ด

EyWwB5WU57MYnKOuYBtbv1UUNgYDGSpWheG1vBUBlA6pdZT9d4XF4E

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4My8xOTE5MjMwLzIuanBn

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงิน แบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทยให้เข้าสู่ ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์)ครบวงจร ซึ่งจะนำมาสู่การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งบูรณาการระบบสวัสดิการสังคม การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน และ การส่งเสริมอีเพย์เมนต์ในทุกภาคส่วน

“แผน ยุทธศาสตร์นี้ยังจะช่วยสนับสนุนนโยบายอื่น ๆ ของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลอีโคโนมี โครงการระบบตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคม นโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ นโยบายการส่งเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในกรณีต่างๆ ของภาครัฐ”นายอภิศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงิน ประกอบด้วยแผนงานสำคัญ 5 โครงการ ได้แก่

1.โครงการระบบการชำระเงินแบบ Any ID (นานานาม) การทำให้การโอนเงินและการรับชำระเงินสามารถทำได้โดยง่าย โดยใช้เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือหมายเลขกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากการใช้เลขที่บัญชีธนาคารอย่างในปัจจุบัน

2.โครงการการขยายการใช้บัตรมากขึ้น โดยสร้างจุดรับเงินให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร้านค้าหรือบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์

3.โครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

4.โครงการ e-Payment ภาครัฐ โดยโครงการนี้จะรวมถึงการบันทึกผู้มีรายได้น้อยอย่างสมัครใจ ซึ่งใครที่มีรายได้น้อยสามารถลงทะเบียนเพื่อให้ได้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสิทธิประโยชน์ โดยจะให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยลงทะเบียนบัตร โดยอาศัยข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีบัตรแล้ว หากต้องการใช้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ก็สามารถใช้บัตรเพื่อใช้จ่ายแทนเงินสดได้ เช่น การขึ้นรถเมล์ หรือการซื้อตั๋วรถไฟ ซึ่งอาจจะได้ลดราคาตั๋วรถไฟพิเศษ 50% หรือการรักษาพยาบาลได้ ถือเป็นการบูรณาการสวัสดิการประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรการหว่านแห เช่น รถเมล์ฟรี ที่ผู้มีรายได้ปกติก็สามารถขึ้นรถเมล์ได้ โดยการจดทะเบียนของผู้มีรายได้น้อย คาดว่าจะเริ่มในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559

5.โครงการการให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ อาจจะมีการจัดชิงโชครางวัล ซึ่งในการขับเคลื่อนโครงการทั้ง 5 จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินฯ โดยจะเร่งดำเนินการตามแผนและคาดว่าจะทุกโครงการให้เสร็จภายในปี 2560

“แผนยุทธศาสตร์นี้คาดว่าจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนของระบบเศรษฐกิจในภาพรวมได้ ประมาณ 75,000 ล้านบาทต่อปี จาก ประชาชน ที่จะสามารถลดต้นทุนจากการพกพาเงินสดและหันมาใช้การชำระเงินแบบ อิเล็กทรอนิกส์แทน และมีความสะดวกมากขึ้นจากการเชื่อมโยงของระบบชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลายจากภาคการธนาคาร ที่จะสามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี จากการลดต้นทุนการพิมพ์ธนบัตร การบริหารจัดการเงินสดและเช็ค และต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินสดที่เก็บไว้ในศูนย์จัดการเงินสด จาก ภาคธุรกิจ รวมถึงร้านค้าที่สามารถประหยัดต้นทุนประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี จากการลดต้นทุนการบริหารจัดเก็บเงินสดและเช็ค และการพิมพ์และจัดส่งเอกสารใบกำกับภาษี และเชื่อว่าระบบนี้จะดีที่สุดในโลก

“นายอภิศักดิ์กล่าวและว่า นอกจากนั้น แผนฯจะบูรณาการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนของระบบ ผ่านการพัฒนาระบบนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม และระบบนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลภาษีที่ครบถ้วนมากขึ้น สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายการบริหารจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการรายได้ที่ดีเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ

 

ขอบคุณที่มา    http://news.sanook.com/1919230/

ทองเปิดตลาดร่วง 100 รูปพรรณขายบาทละ 18,750

EyWwB5WU57MYnKOuYBlBar5yTmPVybL3nMUSuNbUTc34qBeNI28oFX

EyWwB5WU57MYnKOuX7FjEG6a1nCP4eKjVrDiy17vWOjqg7hxB9KsDQ

ราคาทองเปิดตลาดลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,250 ขายออกบาทละ 18,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 17,979.76 ขายออกบาทละ 18,750 บาท…

วันที่ 23 ธ.ค. 58 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. ลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,250.00 บาท ขายออกบาทละ 18,350.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 17,979.76 บาท ขายออกบาทละ 18,750.00 บาท.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/552963

ออมสิน ตั้งเป้าปีหน้า สินเชื่อโต 3% คาด จีดีพี ขยายตัว 3-3.5%

EyWwB5WU57MYnKOuYBtayJ8Mhy6CERdhYjqVaHJllrSPNWRgBrifau

EyWwB5WU57MYnKOuX7GIlafmQnTuJTxFyw8PfV1PW6jHtsPtWghI2j

ออมสิน ตั้งเป้าปี 59 สินเชื่อขยายตัวได้ 3% ขณะที่ประเมิน ศก.ขยายตัวได้ 3-3.5% สูงขึ้นจากปีนี้ 2.7% มั่นใจ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ…

วันที่ 23 ธ.ค.58 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 59 คาดว่า สินเชื่อจะขยายตัวได้ 3% หรือคิดเป็น 1.93 ล้านล้านบาท ด้านเงินฝากเติบโต 3% หรืออยู่ที่ 2.09 ล้านล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.03 ล้านล้านบาท ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมในปี 59 คาดว่าจะเติบโต 20.1% หรือคิดเป็น 5,800 ล้านบาท จากปีนี้ที่ 4,830 ล้านบาท

ขณะที่ในปีนี้ สินเชื่อจะโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 4% หรือคิดเป็น 1.875 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8%

“ในปีหน้าคาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3-3.5% สูงขึ้นจากปีนี้ที่ 2.7% โดยธนาคารออมสินจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่คาดว่าเงินจะเริ่มทยอยเข้าสู่ระบบในช่วงต้นปีหน้า” นายชาติชาย กล่าว

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/553156

ส่องปัจจัยราคาทองก่อนสิ้น ธ.ค. ขาช็อปรู้ไว้ถูกสุดๆ หลังปีใหม่ (มีแวว) ขยับขึ้น!

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eRDb0oLK6mBqg5

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjZn3ezj4MhJtvWZ3ddkIIHY8fPwKwEdG5fU

บรรยากาศในร้านทองช่วงใกล้สู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก เหล่าบรรดานักลงทุนต่างออกมาซื้อทองคำ เพื่อรอจังหวะทยอยขายโกยกำไร หลังราคาทองคำในประเทศไทยปรับลดลง เรียกได้ว่า ถูกสุดในรอบปี!!

จากสถานการณ์ราคาทองคำที่สูง หรือต่ำเกินความคาดหมาย หรือแม้แต่ราคาที่เกิดการผันผวนขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว ยากต่อการคาดเดา ย่อมทำให้ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงนักลงทุนทั้งหลาย ต้องวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ และแนวโน้มถึงการเปลี่ยนแปลงราคา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eRDb0oLK6mBqg5

ราคาทองคำในช่วงปลายปี เป็นจังหวะเวลาที่มีความผันผวนมาก

วันนี้ “ไทยรัฐออนไลน์” ขอนำเสนอบทสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านทองคำ ที่จะมาวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ พร้อมมุมมองต่อภาพรวมตลาดทองคำส่งท้ายปี…

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ และผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกับราคาทองคำ คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นราคาดอกเบี้ย แม้ว่าจะได้มีการคาดการณ์กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ไม่ว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ กรอบของราคาก็อยู่ที่ประมาณ 1,030-1,120 เหรียญ ขึ้นอยู่กับกรณี หากเฟดขึ้นเยอะ ราคาทองจะลงแรง แต่ถ้าเฟดขึ้นน้อยราคาทองจะลงไม่มาก

ขณะที่ กรอบราคาทองตั้งแต่ปลายปีนี้กระทั่งถึงต้นปีหน้า กรอบล่างอยู่ที่ประมาณ 1,030-1,120 ส่วนกรอบบนจะอยู่ที่ประมาณ 17,500-17,800 และอาจจะขึ้นไปใกล้ๆ ระดับ 18,800-19,000

ส่วนราคาทองคำในช่วงปลายปี ถือเป็นจังหวะเวลาที่มีความผันผวนมากหน่อย เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังในเรื่องการลงทุน เพราะจังหวะของการแกว่งของราคาจะมีโอกาสแกว่งได้เป็นหลัก 1,000 บาทต่อบาททองคำ จึงมีความเสี่ยงอยู่พอสมควร ฉะนั้น นักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะสั้น ก็อาจจะเข้าเร็ว-ออกเร็ว ในเรื่องการลงทุน ส่วนนักลงทุนที่รอระยะยาว อาจจะต้องรอให้ราคาต่ำกว่า 18,000 ลงไป แล้วค่อยหาจังหวะเวลาในการสะสมซื้อ

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eTSlfquBZpij6s

นักลงทุน รอจังหวะสะสมซื้อ

สำหรับเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปีนั้น เรียกได้ว่าดีขึ้น เนื่องจากมีแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มีนโยบายกระตุ้นการบริโภค รวมทั้ง เรื่องเงินบาทอ่อนค่าลงค่อนข้างมากในช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งจะส่งผลถึงส่งออก ทำให้ภาคการส่งออกที่เริ่มดีขึ้น

“ทุกครั้งที่ราคาทองลงแรงๆ จะมีแรงซื้อค่อนข้างมาก ฉะนั้น ถ้าราคาทองลงจริงตามที่คาดการณ์ไว้ เชื่อว่า น่าจะมีอุปสงค์ในประเทศ หนุนกลับให้มีแรงซื้อในประเทศอีกครั้งหนึ่ง เพราะนักลงทุนที่รอซื้ออยู่ก็มีอยู่พอสมควร แต่ปัจจุบันผู้ซื้อจะต่างกว่าแต่ก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็นเกษตรกร แต่ปัจจุบัน จะเป็นคนทั่วไปที่อยู่ในเมือง เพราะเกษตรกรรายได้อาจจะไม่ค่อยดี เพราะราคาสินค้าเกษตรค่อนข้างต่ำ แต่ว่าแรงซื้อยังคงมี หากราคาลงแรงจริงอย่างที่คาดไว้ ก็น่าจะส่งผลให้ทองขายดีในช่วงปลายปี” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าว

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eUH1O6YFGpmpOU

นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

ด้าน นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวด้วยว่า ภาพรวมตลาดทองภายในประเทศ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า ตลาดทองคำยังคงผันผวน ราคาทองมีการขึ้น-ลงเล็กน้อย คงไม่มาก แต่หลังจากนั้น คิดว่าทองคำอาจจะขยับสูงขึ้นมา แต่ขณะนี้ ถือว่าราคาทองในช่วงนี้ เรียกได้ว่าถูกที่สุด เมื่อเทียบกับตลอดปีที่ผ่านมา

ปี 2558 ที่ผ่านมา สถิติราคาทองพุ่งสูงอยู่ในช่วงเดือนมกราคม ราคาอยู่ที่ 20,150 บาท ส่วนสถิติราคาทองร่วงอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 17,900 บาท

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eXBK1NjhigsqfT

ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทอง ตั้งแต่ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.57 ถึง พฤศจิกายน พ.ศ.58

จากการวิเคราะห์ที่ออกมา นับว่าช่วงนี้เป็นโอกาสทองของบรรดานักลงทุนที่จะอาศัยจังหวะราคาทองในประเทศปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทำกำไรให้กับตนเอง แต่อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ เพราะในสภาวะเศรษฐกิจที่คาดเดาได้ยากเช่นนี้ ก็ยากต่อการคาดเดาราคาทองในอนาคตเช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ”.

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eWLx6jMQobqgh2

นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ราคาทอง ก่อนตัดสินใจ…

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/549058

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์คว้า 4จี? 10 ข้อเจาะลึก ‘แจส โมบาย’ คือใคร รวย ใจถึง พึ่งได้จริงหรือ?

EyWwB5WU57MYnKOuX7FkYtdJAurSV2UK8k6Mp8SETxv0DUL2tf0fAx

EyWwB5WU57MYnKOuX7FkYtdJAurSV2UK8k6Mp8SETxv0DUL2tf0fAx

“แจส โมบาย บรอดแบนด์” ผู้เข้าประมูลหน้าใหม่ แต่ไม่ใช่น้องใหม่ในวงการโทรคมนาคม ชื่อของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ หนึ่งในผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยวงเงินสูงถึง 75,654 ล้านบาท กลายเป็นชื่อที่น่าสนใจเพียงข้ามคืน

หลายคนอาจมองว่า เป็นบริษัทใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวงการโทรคมนาคมเมืองไทย แต่ถ้าได้รู้จักแบ็กกราวด์ หรือที่มาที่ไปของบริษัทนี้ดีขึ้น อาจต้องร้อง…อ๋อ เพราะผู้ก่อตั้งไม่ธรรมดา ไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จัก และเจาะลึกแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ว่าพวกเขาเป็นใครกัน.

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzRbxQuuH8Xx5on

พิชญ์ โพธารามิก เจ้าพ่อจัสมินตัวจริง

1. บริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ บริษัทแม่ คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อตั้งโดย นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลทักษิณ ก่อนเข้ามาเล่นการเมือง อดิศัย เคยเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อในวงการโทรคมนาคม เขาเคยนำพาธุรกิจในเครือชนะการประมูลด้านโทรคมนาคมมานับไม่ถ้วน ยังไม่รวมบริษัท TT&T ที่เคยได้สัมปทานโทรศัพท์พื้นฐาน 1.5 ล้านเลขหมายจากทีโอที ปัจจุบัน อดิศัย ก็เป็นสมาชิกหนึ่งใน 111 ที่ถูกศาลตัดสินให้ยุติบทบาททางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี และได้ส่งต่อธุรกิจให้ลูกชายเพียงคนเดียว “พิชญ์ โพธารามิก” ขึ้นมากุมบังเหียนเต็มตัว

2. บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท และแจ้งประกอบธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้บริการเช่าและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีนายพิชญ์ โพธารามิก เป็นกรรมการบริษัท, น.ส.สายใจ คีตสิน, นายสมบัติ พันศิริพัฒน์ และนายยอดชาย อัศวธงชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzSeAtbTxkKbJlY

ประวัติคร่าวๆ

3. ภายใต้ร่มเงาของจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ซึ่งพิชญ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารอยู่ ธุรกิจในมือที่น่าจะเสริมความเข้มแข็งและสร้างแต้มต่อให้กับแจส โมบาย คือ ธุรกิจโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือไฟเบอร์ออปติก

4. นักท่องเน็ต คงรู้จักชื่อนี้ดีเช่นกัน “3BB บรอดแบนด์” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือจัสมิน ที่จะต่อยอดให้กับแจสโมบาย เพราะช่วงแรกของการเปิดบริการค่ายแจส เล็งฐานลูกค้าเดิมของ 3BB จำนวน 2 ล้านรายเอาไว้ เพราะอีกหน่อย แจสคาดหวังว่าจะเป็นผู้นำในตลาดโมบายอินเทอร์เน็ต

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzVQOah3cr8cR8j

“แจส โมบาย บรอดแบนด์” ผู้เข้าประมูลหน้าใหม่

5. ทีวีดิจิตอลช่องโมโน เป็นเจ้าของเดียวกันกับแจสโมบายเช่นกัน เมื่อ 2 ปีก่อน “พิชญ์ โพธารามิก” หอบเงิน 2,250 ล้านบาท ไปประมูลทีวีดิจิตอลจนชนะการประมูล และบริหารจนโมโนติดอันดับเรตติ้งสูง 1 ใน 10 ช่องด้วย ว่ากันว่าในอนาคต เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปจะทำให้ผู้คนหันไปดูโทรทัศน์ผ่านมือถือกันมากขึ้น นี่อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เพิ่มแต้มต่อให้กับน้องใหม่ แต่หน้าไม่ใหม่ ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

6. ถามว่าเม็ดเงินมาจากไหน ถ้าจำกันได้ก่อนหน้านี้ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เคยขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ระดมทุนได้ก้อนโต 55,000 ล้านบาท และแจสโมบาย หวังจะนำเงินก้อนนี้มาลงทุนด้วย

7. แบ็กกราวด์ของหนุ่มใหญ่หน้าตาดี “พิชญ์” ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อจัสมินตัวจริง เพิ่งผ่านไปหมาดๆ สำหรับการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นเมืองไทย “พิชญ์” ติดอันดับ 9 ทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยปี 2557 ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 16,560 ล้านบาท ด้วยอายุเพียง 42 ปี

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzTiK0u9dgDFWm8

น้องใหม่ในวงการโทรคมนาคม

8. ธุรกิจที่ “พิชญ์” ต้องเข้ามาสานต่อ ได้แก่ บมจ.จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนลให้บริการด้านเทคโนโลยีสื่อสารครบวงจร ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บนดิน บนฟ้า หรือใต้น้ำ, บริษัท จัสเทล เน็ตเวิร์ค จำกัด (JasTel) ได้รับใบอนุญาตแบบที่หนึ่งเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 เพื่อให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมในประเทศ และระหว่างประเทศ และบริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด ให้บริการวงจรเชื่อมต่อความเร็วสูงโดยใช้เทคโนโลยี เอดีเอสแอล (ADSL) ซึ่งสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Hi–Speed Internet) หรือบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต (Broadband Internet) ผ่านคู่สายโทรศัพท์ธรรมดา โดยใช้ชื่อบริการว่า “3BB”

9. “พิชญ์” ไม่ได้รับผิดชอบธุรกิจกลุ่มจัสมินเพียงอย่างเดียว “พิชญ์” ยังควักกระเป๋าส่วนตัวลงทุนจัดตั้งบริษัท โมโนกรุ๊ปฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโลกออนไลน์ เช่น เอ็มไทยดอทคอม, เอนจอย 108, monoplanet, โมโนมิวสิก, โฮเทลไทยแลนด์ดอทคอม และนิตยสาร Gossip star เป็นนิตยสารบันเทิงที่มียอดขายสูงสุดในห้วงเวลานี้

10. เมื่อพลิกดูประวัติของ “พิชญ์” จบการศึกษาระดับปริญญาตรี Science London School of Economics, England และในปี 2540 ก่อตั้งบริษัท โมโนเจนเนอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับบันเทิง หลังจากนั้นได้เข้ามาร่วมงานในกลุ่มจัสมิน โดยนั่งตำแหน่งกรรมการ บริษัท อคิวเม้นท์ จำกัด นับตั้งแต่นั้นจนถึงปี 2551 เขาถูกโปรโมตให้นั่งตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมินอย่างเป็นทางการ

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/552191#

เศรษฐีนีทรุด โจรรื้อบ้าน-โรงงาน 23 ล้านบาท เหลือแต่ซาก

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4My8xOTE4NzQyLzU5LmpwZw==

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4My8xOTE4NzQyLzU5LmpwZw==

เจ้าของบ้านและอาคารโรงงานแทบเข่าทรุด เมื่อถูกกลุ่มมิจฉาชีพ ถือเอกสารปลอมจ้างคนงานเข้ารื้อและขายบ้านหรู บนที่ดิน 10 ไร่ ราคารวม 23 ล้าน ให้ร้านรับซื้อของเก่าจนเหลือแต่ซาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 ธ.ค.) ที่บ้าน หมู่ 3 บ้านทับยายเชียง ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก น.ส.นวลพร อายุ 55 ปี ยังคงเสียใจกับสภาพบ้านเรือนและโรงงาน มูลค่ารวม 23 ล้านบาท หลังจากถูกกลุ่มมิจฉาชีพว่าจ้างคนงานเข้า รื้อบ้านและอาคารโรงงาน ที่ปิดไว้ระหว่างรอขายประมูลทรัพย์สินของกรมบังคับคดี และยังให้ร้านรับซื้อของเก่ามาซื้อถึงที่บ้านอีกด้วย

จนล่าสุดสภาพบ้านเหลือแต่โครงสร้าง หรือ ซากและกองวัสดุ วางกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ อาคารทุกหลังถูกรื้อกระเบื้องมุงหลังคา หลอดไฟ สายไฟ ปลั้กไฟ ประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ รวมถึงหินอ่อนที่ใช้ตกแต่งทุกอาคาร รวมมูลค่าความเสียหาย มากกว่า 8 ล้าน 5 แสนบาท

น.ส.นวลพร เปิดเผยว่า ตนเองได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า คนงานที่เข้ามารื้อบ้านและโรงงาน ได้ไปพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าขายของข้างเคียงว่า บ้านหลังนี้ได้ขายทอดตลาดแล้ว แต่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อเนื่องจากทราบมาว่า สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก จะจัดการประมูลบ้านพร้อมโรงงานและที่ดิน เพื่อขายสินทรัพย์ทอดตลาดชดใช้หนี้สินให้กับ ธนาคารกรุงไทย ในราคา 17 ล้านบาท ในวันที่ 18 ธ.ค.

จึงโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม ตนเองจึงรีบเข้ามาตรวจสอบจากภายนอก ก็พบว่ากลุ่มคนจำนวนมาก กำลังรื้อบ้านและโรงงานที่ตนเองสร้างขึ้นมาได้รับความเสียหาย จึงติดต่อสอบถามไปยัง สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก และธนาคารกรุงไทย ก็ทราบว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ จึงรีบเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงเย็นของวันที่ 18 ธ.ค. และช่วยกันวางแผนเข้าจับกุม

พบกลุ่มผู้ที่ถือเอกสารปลอมที่ซุ่มจอดรถรอรับเงินค่าของเก่าทั้งหมด ก่อนวันประมูลฯจากกรุงเทพฯ 4 คน กลุ่มคนรับงานรื้อ จากขอนแก่น 9 คน และคนรับซื้อของเก่า 7 คน รวมทั้งหมด 20 คน พร้อมของกลาง เป็นทรัพย์สินบางส่วน ถังแก๊สพร้อมหัวเป่าจำนวนมาก รถยนต์และรถเก๋งรวม 5 คัน

ด้าน ตำรวจ สภ.พรหมพิราม เปิดเผยว่า จากพยานและหลักฐานเอกสารในที่เกิด ทราบว่า นายกานศักดิ์ อายุ 46 ปี และนายสาโรจน์ พร้อมพวกอีก 3 คน ถือเอกสารที่มีลักษณะคล้ายหนังสือจาก กรมบังคับคดี และอ้างว่าตนเองเป็นผู้ประมูลทรัพย์สินได้ จึงว่าจ้างคนงานรื้อบ้านพร้อมโรงงาน ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยให้ค่าจ้างตามจำนวนอาทิ เหล็ก กิโลละ 2 บาท หินอ่อนแผ่นเล็กแผ่นละ 3 บาท เป็นต้น

และครบเวลา 1 สัปดาห์ แก๊งมิจฉาชีพจึงติดต่อให้ร้านรับซื้อของเก่าในเขตอำเภอพรหมพิราม มารับซื้อของทั้งหมดซึ่งระหว่างทำการคิดค่าของทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาเอาไว้ได้ ทั้งหมด 20 คน แต่นายกานศักดิ์ ได้กลับกรุงเทพฯ ไปก่อน เหลือแต่ นายสาโรจน์

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้ขออายัดตัวเอาไว้ด้วยเนื่องจาก ได้ก่อเหตุด้วยพฤติการณ์เดียวกัน ในปี พ.ศ.2556 ได้เข้าไปรื้อทรัพย์สินโรงงานที่กำลังรอขายทอดตลาด มูลค่าความเสียหายมากกว่า 50 ล้านบาท ส่วนนายกานศักดิ์ อยู่ระหว่างออกหมายจับ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดี ผู้ต้องหาทั้งหมด 20 คน ในข้อกล่าวหา ร่วมกันทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อร่วมกันรับของโจร และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์

5ae073d84-b13c-47f6-aa67-4a8b8e51b77e_1450761567 5b8137c47-e5f7-4307-bb39-63d41f657aee_1450761568 5bbfa2c2d-67ca-4242-8fd4-1893587cec8e_1450761569 57a8fa4f8-2288-4999-b09a-e9a8c12f13fc_1450761570 537a9e5e8-4f3d-41bc-92c5-1a547dc74c8c_1450761570 5451c4655-05ad-49f8-b128-3f8a35c35a5d_1450761571 51756dd89-7172-4314-b605-baa5ba70b65d_1450761572

 

 

ขอบคุณที่มา     http://news.sanook.com/1918742/

 

ทะลุ 1.30 แสนล้าน ประมูล 900 เมกะเฮิรตซ์ ลุ้น!อาจทำลายสถิติโลก

EyWwB5WU57MYnKOuX7ES8heyw2lIfeSQTLgyrGwlKuekDYCGPyr6e3

EyWwB5WU57MYnKOuX7EUWOEYDLX5sUgUCm1IhfQs0Fp46jOz29jhyX

ยอดทะลุกว่า 1.30 แสนล้าน ประมูล 4 จี คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ แบบมาราธอน สู่วันที่ 4 ลุ้นอาจทำลายสถิติโลก ไลเซนส์ละ 6.8 หมื่นล้าน ด้าน กสทช.สั่งพักประมูลชั่วคราว ให้ผู้เข้าร่วมทำบุญตักบาตร ก่อนเริ่มประมูลใน 09.00 น.วันนี้

วันที่ 18 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึง การประมูล 4 จี คลื่น 900 ในรอบที่ 6 เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 00.00 น. ของวันใหม่ (18 ธ.ค.2558) โดย รอบที่ 145 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 58,588 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 61,164 ล้านบาท รวมแล้ว 119,752 ล้านบาท

ขณะที่รอบที่ 146 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 58,910 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 61,486 ล้านบาท รวมแล้ว 120,396 ล้านบาท

มาถึง รอบที่ 147 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 59,232 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 61,808 ล้านบาท รวมแล้ว 121,040 ล้านบาท

รอบ 148 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 59,554 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,130ล้านบาท รวมแล้ว 121,684 ล้านบาท
รอบ 149 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 59,876 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่62,452ล้านบาท รวมแล้ว 122,328 ล้านบาท
รอบ 151 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 60,198 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่62,774ล้านบาท รวมแล้ว 122,972 ล้านบาท

รอบ 152 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 60,842 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 63,418 ล้านบาท รวมแล้ว124,260 ล้านบาท

รอบที่153 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่61,164 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 63,740 ล้านบาท รวม 124,904 ล้านบาท

รอบที่154 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่61,486 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 64,062 ล้านบาท รวม 125,548 ล้านบาท

รอบที่155 ใบอนุญาตใบที่1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่61,808 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 64,384 ล้านบาท รวม 126,192 ล้านบาท

รอบ 156 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 3 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,130 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 ไม่มีผู้เสนอราคาเพิ่ม ราคาอยู่ที่ 64,706 ล้านบาท รวม 126,514 ล้านบาท

รอบ 157 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,452 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 64,706 ล้านบาท รวม 127,158 ล้านบาท

รอบที่158 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,774 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 65,028 ล้านบาท รวม127,802 ล้านบาท

รอบ 161ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 63,740 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 65,994 ล้านบาท รวม 129,734 ล้านบาท

รอบที่ 162 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 64,062 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 66,316 ล้านบาท รวม 130,378 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อการประมูลคลื่น 900 ยังไม่จบลง ผู้เข้าร่วมประมูล ทั้ง 4 ราย ยังคงเคาะราคากันแบบ “ไม่มีใครยอมใคร” จนถึงเวลา 06.00 น. กสทช. จึงพักพักการประมูลตามกฎ และจะเริ่มประมูลอีก ในเวลา 09.00 น.วันนี้

ทั้งนี้ ผู้เข้าประมูล 3 ราย “ทรูมูฟ-ดีแทค-แจส” จะร่วมกันทำบุญตักบาตรในเช้าวันนี้ เนื่องจากเป็นวันพระ ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะแม ซึ่ง กสทช. ได้ตอบสนอง โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดราชาธิวาส และวัดหลักสี่ 10 รูป มารับบาตร โดยจะเริ่มตักบาตร ในเวลา 06.15น. ส่วน เอไอเอส ปฏิเสธที่จะร่วมตักบาตร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กสทช.ได้เตรียมพื้นที่ไว้ให้ผู้ร่วมประมูล ได้ใส่บาตรพระสงฆ์ ในเวลา 06.15 น.เช้านี้ (18 ธ.ค.) บริเวณหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบรมรูปทรงม้า หน้าอาคาร 3 ของกสทช.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/550678

หุ้นสหรัฐฯดิ่งแรง หลังราคาน้ำมันร่วงหนัก หน่วงบ.ปิโตรเลียม

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjxmNw45hfowA9NQvZUmJzEvxu7MLKLDUEH1

EyWwB5WU57MYnKOuX7EUVxdKzn9YnTiCg47eiq0zTHMdZ35uS73OeH

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯลดลงอย่างมากในวันพฤหัสบดี หลังจากตลาดหันมาให้ความสนใจกับข่าวพลังงาน ซึ่งล่าสุดราคาน้ำมันกลับมาร่วงอีก ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 17 ธ.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 253.25 จุด หรือ 1.43% ปิดที่ 17495.84 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 31.18 จุด หรือ 1.50% ปิดที่ 2041.89 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 68.58 จุด หรือ 1.35% ปิดที่ 5002.55 จุด

ราคาน้ำมันสหรัฐฯปิดต่ำกว่า 35 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เมื่อวันพฤหัสบดี จากความกังวลเกี่ยวกับรายงานคลังเชื้อเพลิงสำรองของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่แสดงให้เห็นว่าสต๊อกน้ำมันดิบของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การลดลงของราคาน้ำมันทำให้หุ้นของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง เชฟรอน ลดลง 3.1% ส่วนผู้ให้บริการน่ำมันรายใหญ่ ฮัลลีเบอร์ตัน และ เวทเธอร์ฟอร์ด อินเทอร์เนชันแนล ลดลง 4.7% และ 5.7% ตามลำดับ

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/550683

 

1 2 3 4 6