ดันรถไฟเร็วสูงเข้า “พีพีพีฟาสต์แทรกต์” คาดเปิดประมูลทั้ง2สายไตรมาส3ปีหน้า

7731-1

EyWwB5WU57MYnKOuX7IKaH6q7nasXDAiM3P9nyYVIU9wZQF4L2iS5J

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งศึกษาการลงทุนโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) กรุงเทพฯ-หัวหิน วงเงิน 94,673 ล้านบาท และสายกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง วงเงิน 152,528 ล้านบาท ให้อยู่ในหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 และโครงการร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี ฟาสต์แทรกต์) ตามแผนปฏิบัติการลงทุนระยะเร่งด่วน พ.ศ.2559 “รูปแบบการร่วมทุนต้องรอให้คณะกรรมการพีพีพีกำหนดรายละเอียดก่อน เบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศร่วมลงทุนได้ ส่วนจะให้ความสำคัญกับใครก่อนหรือหลัง ตอบไม่ได้ ต้องดูเงื่อนไขการร่วมทุนของคณะกรรมการพีพีพี”

ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษาจะส่งผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์มาให้ในเดือน ก.พ.59 จากนั้นจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) “เดือน ก.พ.59 ผลการศึกษาทั้ง 2 เส้นทางจะแล้วเสร็จ และจะเสนอเข้าคณะกรรมการพีพีพีพร้อมกันให้ทันไตรมาสแรก หรือไม่เกินไตรมาส 2 และเปิดประมูลไตรมาส 3 เพื่อให้ได้ผู้ประมูลในปีหน้า”.

 

ขอบคุณที่มา  http://www.thairath.co.th/content/555639

ททท.กระตุ้นแรงเที่ยว แนะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ได้คืนภาษี

EyWwB5WU57MYnKOuX7GJLPdh1hQVs5DhVKyl7Q3AUOzACH6JRkfO47

EyWwB5WU57MYnKOuX7IKZ4Mx7we2MK0MCBkMoaCPJRcpPGGPyWExcM

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงนโยบายลดหย่อนภาษีจากการช็อปปิ้งวันที่ 25-31 ธ.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายว่า ททท.เตรียมจัดโครงการช็อปช่วยชาติ ส่งเสริมการขายพิเศษในรูปแบบแฟลชเซลล์ หรือการขายแบบนาทีทอง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มโรงแรม สปา และบริษัทนำเที่ยว ออกบูธจำหน่ายราคาพิเศษในเวลาจำกัด 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. วันที่ 29 ธ.ค.นี้ ที่เอ็ม ดิสทริค ทางเชื่อมบีทีเอสพร้อมพงษ์ โดยมีเงื่อนไขต้องใช้บริการภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้เท่านั้น “ตั้งเป้าว่างานนี้จะกระตุ้นการใช้จ่ายโดยตรงราว 10 ล้านบาท โดยจะเก็บตกกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวระดับกลาง ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเดินทาง โดยใช้การลดราคาแพ็กเกจกว่า 20-30% และจะจัดกิจกรรมเฟลชเซลล์นี้ต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับนโยบายรัฐในการส่งเสริมเศรษฐกิจจากกำลังซื้อในประเทศเป็นหลัก”

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในเทศกาลปีใหม่ และรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการซื้อสินค้าและบริการ แนะนำให้เลือกซื้อสินค้า Green Gift หรือของขวัญสีเขียว ที่ช่วยรณรงค์ประหยัดพลังงาน และยังนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมาลดหย่อนภาษีเงินได้ไม่เกิน 15,000 บาทได้ด้วย โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้ฉลากประหยัดพลังงาน เบอร์ 5 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อาทิ โทรทัศน์ ตู้เย็น กระติกน้ำร้อน เครื่องปรับอากาศ พัดลม เตาไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และขอให้สังเกตฉลากประสิทธิภาพพลังงานในอุปกรณ์พลังงานอื่นๆ ที่ไม่ใช้ไฟฟ้าของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ที่ได้ออกฉลากแล้วอีก 7 ประเภท อาทิ เตาหุงต้มใช้กับก๊าซปิโตรเลียมเหลว กระจก ฉนวนใยแก้ว และที่อยู่ระหว่างเตรียมออกฉลากอีก 3 ประเภท.

 

ขอบคุณที่มา   http://www.thairath.co.th/content/555641

ลดภาษีช็อปช่วยชาติไม่เอื้อคนรวย

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9D0rFQ1A7OWOyx

EyWwB5WU57MYnKOuX7IKZ4LlOUPtLqVgGDVCaVPMKbVxK4SHItsadP

 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยถึงมาตรการลดหย่อนภาษี 15,000 บาทจากการซื้อสินค้าและบริการวันที่ 25-31 ธ.ค.นี้ ว่ามาตรการนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่คนรวยอย่างวิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะจากสถิติพบว่า ผู้มีรายได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท เสียภาษี 5% มีภาระภาษี 7,500 บาทนั้น จะได้รับการลดหย่อน หรือได้คืนภาษี 750 บาท คิดเป็น 10% ถือเป็นอัตราการคืนสูงสุดเมื่อเทียบคนที่มีรายได้สูงกว่า, ผู้มีรายได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% มีภาระภาษี 27,500 บาท จะได้รับเงินคืน 1,500 บาท หรือ 5.45%, ผู้มีรายได้ 500,001-750,000 บาท เสียภาษี 15% มีภาระภาษี 65,000 บาท จะได้รับเงินคืน 2,250 บาท หรือ 3.46%, ผู้มีรายได้ 750,001-1 ล้านบาท เสียภาษี 20% มีภาระภาษี 115,000 บาท ได้รับเงินคืน 3,000 บาท หรือ 2.61%

ขณะที่ผู้ที่มีรายได้ 1,000,001-2 ล้านบาท เสียภาษี 25% มีภาระภาษี 365,000 บาท ได้รับเงินคืน 3,750 บาท หรือ 1.03%, รายได้ 2,000,001-4 ล้านบาท เสียภาษี 30% มีภาระภาษี 965,000 บาท ได้รับเงินคืน 4,500 บาท และผู้ที่มีรายได้ 4 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 35% มีภาระภาษี 2,715,000 บาท ได้รับเงินคืน 5,250 บาท หรือ 0.19% “คนที่มีรายได้เกิน 4 ล้านบาท เสียภาษีสูงสุด 35% ได้รับประโยชน์น้อยกว่าคนรายได้น้อย เพราะคนที่มีรายได้มากในแต่ละปีจะเสียภาษีนับแสนบาท แต่ได้รับเงินคืนจากมาตรการนี้เพียง 4,000-5,000 บาทเท่านั้น มั่นใจว่า มาตรการนี้ จะช่วยให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (29 ธ.ค.) กระทรวงจะเสนอมาตรการภาษีเล่มเดียวให้พิจารณา”

ขณะที่นางสาวกุลยา ตันติเตมิท รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กล่าวว่า มาตรการเพิ่มค่าลดหย่อน 15,000 บาท มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2% แต่ไม่สามารถชดเชยกับมูลค่าการส่งออกในปีนี้ที่ลดลงได้ ทำให้คาดว่า จีพีดีปีนี้จะขยายตัว 2.8% และปีหน้าต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพราะสหรัฐฯ ใช้นโยบายดอกเบี้ยขาขึ้น ยุโรปมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนญี่ปุ่นยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินโลกผันผวนและไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/555643

 

ราคาทองเปิดตลาดวันนี้ลง50บาท

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjgaYrI27HNXmGhVfjFgHEle9vyxzXwHLVwP

668033-02

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ – ขายทอง ประจำวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2558 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ซึ่งราคาทองคำปรับลง 50 บาท

โดย ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 17,979.76 บาท ขายออกบาทละ 18,750 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 18,250 บาท ขายออกบาทละ 18,350 บาท

 

ขอบคุณที่มา    http://money.sanook.com/344829/

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก2.20จุด

14489455821448945602m

668025-01

หุ้นไทยเช้านี้เปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.20 จุด แตะ 1,285.13 จุด มูลค่า 732.37 ล้านบาท

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (28 ธ.ค.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัว เพิ่มขึ้น 2.20 จุด แตะที่ระดับ 1,285.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 732.37 ล้านบาท

ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ของธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด เมื่อเวลา 07.48 น.มีดังนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ รับซื้อที่ 34.84 บาท ขายออก 36.33 บาท

 

ขอบคุณที่มา    http://money.sanook.com/344805/

น้ำมันถูกพ่นพิษ”ปั๊มก๊าซ”ส่อเจ๊ง! เชื่อปีหน้าทยอยปิดเหลือไม่ถึง2พัน

fcf383f1e7b26b1b307b7f3362d

mon2112583

ธพ.เผยแนวโน้มขายปลีกน้ำมันปี”59 ยังต่ำ กระทบธุรกิจปั๊มก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวี ลูกค้าหันเติมน้ำมันราคาถูก ชี้ภาคขนส่งเริ่มเห็นผลแล้ว ปีหน้าทยอยปิดตัวเหลือต่ำกว่า 2 พันแห่ง ลามถึงผู้ติดตั้งอุปกรณ์ในรถเอ็นจีวีไม่มีลูกค้าเพิ่ม

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) และประธานกรรมการบริษัท วี เซิร์ฟ กรุ๊ป ผู้ประกอบธุรกิจด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ เปิดเผยว่า ธุรกิจด้านขนส่งหรือโลจิสติกส์ของไทยกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะการส่งออกและนำเข้าของไทยที่ติดลบต่อเนื่อง เพราะปริมาณสินค้าที่ขนน้อยลงมาก ประกอบกับสินค้าภาคการเกษตรของไทยเองก็มีผลผลิตไม่มากนักในปีนี้ เพราะประสบภาวะภัยแล้ง

ส่งผลให้รถบรรทุกที่มีอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคันต้องว่างงาน คือหยุดวิ่งถึง 50% ทำให้เกิดพฤติกรรมประคองธุรกิจ คือ ผู้ประกอบการรถบรรทุกรายย่อยจะมีการนำรถไปจำนอง (รีไฟแนนซ์) หรือขายมากขึ้น หากธุรกิจเหล่านี้อยู่ไม่ได้เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวอาจประสบปัญหาด้านโลจิสติกส์ได้

นายธนิตกล่าวว่า ปีนี้ธุรกิจโลจิสติกส์ถือว่าเหนื่อยสุด และจากปัจจัยต่างๆ คาดว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงปลายไตรมาส 2 ปี 2559 เป็นอย่างช้า ดังนั้นผู้ที่จะอยู่รอดคือผู้ที่สามารถปรับตัวเองในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง หากไม่ปรับตัวจะอยู่ยาก ตัวอย่างของบริษัทล่าสุดที่มีการปรับตัวด้วยการแตกไลน์ธุรกิจ อาทิ การทำเทรดดิ้ง โดยอาศัยการขนส่งสินค้าที่บริษัทรู้จักผู้ผลิต รู้จักสินค้าอยู่แล้ว จึงรับซื้อไปขายเอง ทั้งขายปลีกและขายส่ง เป็นต้น

นายสุริยา คำสุวรรณ นายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งไทย กล่าวว่า แนวโน้มปี 2559 คาดว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะไม่ซื้อรถบรรทุกเพิ่ม รวมทั้งไม่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) เนื่องจากขณะนี้พบว่าราคาน้ำมันถูกมาก โดยเฉพาะดีเซลที่เหลือลิตรละไม่ถึง 21 บาท ขณะที่ราคาเอ็นจีวีกลับสวนทางเพิ่มขึ้น และภาครัฐอาจจะพิจารณาลอยตัวราคาตามต้นทุนในปี 2559 อีก

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำมันขายปลีกที่ลดลงต่อเนื่องตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก และทิศทางยังต่ำในปี 2559 ทำให้แนวโน้มการทำธุรกิจสถานีบริการ (ปั๊ม) ก๊าซแอลพีจีและก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) จะลำบาก และโอกาสการเกิดขึ้นของปั๊มใหม่คงจะไม่มีเช่นกัน เนื่องจากขณะนี้ยอดใช้ภาพรวมลดต่ำเพราะผู้ใช้หันไปเติมน้ำมันที่ราคาถูกแทน

โดยปัจจุบันปั๊มแอลพีจีมีอยู่ประมาณ 2,040 แห่ง ยอดใช้แอลพีจีในภาคขนส่งลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้ปั๊มแอลพีจีเริ่มมีการทยอยปิดตัวบ้าง และปี 2559 มีโอกาสจะลดลงต่ำกว่า 2,000 แห่ง ขณะที่ปั๊มเอ็นจีวีที่มีหลักร้อยแห่ง หลังราคาขายปลีกมีทิศทางสูงขึ้นเพราะรัฐจะต้องปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ขณะนี้การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อใช้ในรถเอ็นจีวีใหม่ๆ แทบไม่เกิดขึ้น ขณะที่ปั๊มเอ็นจีวีของ ปตท.ไม่มีแผนขยายปั๊มใหม่ โดยผลจากการที่ผู้ใช้พอใจกับน้ำมันขายปลีกที่ต่ำกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์การติดตั้งให้ได้รับผลกระทบต่อเนื่องด้วยแน่นอน

 

ขอบคุณที่มา   http://money.sanook.com/343089/

ทองเปิดตลาด ปรับเพิ่ม 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 18,800

NjpUs24nCQKx5e1D75D5DlpW4ig96eWLx6jMQobqgh2

EyWwB5WU57MYnKOuX7Gzrb8dIn8RHqr0PpxxF1mPkYa9Ptk2EJlv50

 

ราคาทองเปิดตลาด ราคาเพิ่ม 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,300 ขายออกบาทละ 18,400 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,040.40 ขายออกบาทละ 18,800 บาท …

วันที่ 25 ธ.ค. 58 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ราคาเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,300 บาท ขายออกบาทละ 18,400 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,040.40 บาท ขายออกบาทละ 18,800 บาท

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/554017

ราชกิจจา ประกาศ! ช็อปช่วยชาติไม่เกินหมื่นห้า ใช้ใบกำกับลดภาษี

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9D0rFQ1A7OWOyx

EyWwB5WU57MYnKOuX7GzrwpBYxIn3c3ZJEM6vL0ocTai9vZFSXK23g

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ช็อปช่วยชาติ เว้นภาษีค่าซื้อสินค้า-บริการ ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บ. ดีเดย์ วันนี้!! เผย ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของปชช. คาด จีดีพีปีนี้เพิ่ม 0.1-0.2% …

วันที่ 25 ธ.ค.58 ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศใช้กฎกระทรวง ยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามจํานวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องนํามารวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนใช้จ่ายเงินเป็นค่าซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้น ราชกิจจานุเบกษา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยถึง ของขวัญปีใหม่ที่มอบให้กับประชาชน ในปีนี้ว่า มาตรการ ภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2558 โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25 -31 ธ.ค. นี้ จาก ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท คาดว่า จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องประชาชนคนไทยในช่วง 7 วันดังกล่าวและคาดว่าจะช่วยให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.1-0.2% สำหรับเบื้องต้นคาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท

“มาตรการดังกล่าวนั้น เพื่อช่วยให้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยในส่วนของรายได้ที่สูญไปนั้นไม่ได้มี ปัญหาอะไรเพราะอยากให้เป็นของขวัญและความสุขของคนไทย นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของการใช้จ่าย” นายอภิศักดิ์ กล่าว

นายประสงค์ พูนธเนศ กล่าวว่า ในส่วนของอบายมุขทุกชนิดไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยมาตรการดังกล่าวนั้นเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยเน้นว่า ผู้ที่ได้รับสิทธิ คือบุคคลธรรมดา ที่ซื้อสินค้าและบริการในช่วงเวลาดังกล่าว ซื้อสินค้าที่จดทะเบียน จึงจะนำเงินค่าซื้อสินค้ามาหักลดหย่อนได้ ประจำปี 2558 ได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง ต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

สำหรับรายละเอียดในการหักลดหย่อนภาษีหรือเงื่อนไขนั้นประกอบด้วย จะต้องมีลักษณะคำว่า ใบกำกับภาษี มีชื่อผู้เสียภาษี เลขผู้เสียภาษี มีชื่อที่อยู่ของผู้ใช้บริการ หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี มีเลขของเล่ม ชื่อ ชนิด ประเภท และปริมาณ ต้องมีในใบกำกับภาษี จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แยกภาษี และจำนวนให้ชัดเจน ข้อความอื่น สาขาที่ เป็นต้น ซึ่งทางกรมสรรพากรจะนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบขึ้นหน้าเว็บกรมสรรพากร

NjpUs24nCQKx5e1D7sD2qa5o5i1uuH0eA7BvylLyB00

รายละเอียดของสินค้าที่ได้รับการนกเว้นให้นำไปไปใช้หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สำหรับสินค้าและบริการที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้นั้นจะต้องเป็นสินค้าและบริการ ที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมในโครงการดังกล่าวได้ คือกลุ่มสุรา ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ น้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับ ในการหักลดหย่อนมีเงื่อนไข คือ มีการซื้อ และการชำระ และการใช้บริการ การชำระเงินในระหว่างวันดังกล่าวเท่านั้นมีหลักฐานการซื้อสินค้าเต็มรูปแบบ สินค้าและบริการดังกล่าวต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

ส่วน กรณีของค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้ แม้จะมีการชำระเงินในช่วงวันดังกล่าว เนื่องจากเป็นการใช้บริการก่อนหน้า เพราะวัตถุประสงค์คืออยากให้ซื้อสินค้าหรือบริการ ในช่วงวันดังกล่าว ขณะที่การซื้อสปา 15,000 บาท และใช้ต่อเนื่องหลายครั้งไม่ได้ ต้องใช้บริการในช่วงนี้เท่านั้น

ด้านกรณี ที่มีการซื้อสินค้าหรือบริการหลายใบสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่จะต้องมารวมกันแล้วไม่เกิน 15,000 บาท ส่วนการทำศัลยกรรมหน้าอก หรือไปทำเสริมจมูก คิ้วได้หรือไม่ ในกรณีเช่นนี้ถ้าสถานบริการออกภาษีเต็มรูปแบบ และมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในระบบสามารถหักได้ แต่ขึ้นอยู่กับสถานบริการดังกล่าวอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และจะต้องมีการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

นายประสงค์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะสามารถใช้รวมกับการคืนภาษีท่องเที่ยวได้หรือไม่นั้นไม่ สามารถใช้สิทธิทั้ง 2 อย่าง จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนการ ซื้อแพ็กเกจทัวร์หักได้หรือไม่ เรามุ่งเน้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในประเทศเท่านั้น จึงไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ด้านประกันอุบัติเหตุนำมาหักลดหย่อนไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

ขณะที่ การซื้อทองรูปพรรณในทองนั้น เป็นสินค้าที่อยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีค่ากำเหน็จที่อยู่ในภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกันในเฉพาะค่ากำเหน็จเท่านั้น

ด้านการซื้ออะไหล่รถยนต์หักได้ ซื้อพวกกิฟต์วอชเชอร์ ไม่สามารถใช้ได้เพราะกิฟต์วอชเชอร์ไม่ได้มีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้านนวดหน้า สปา ได้เช่นเดียวกัน หากมีการใช้ในวันดังกล่าวเท่านั้น

“สำหรับการออกมาให้ข่าววันนี้เพราะเป็นมาตรการภาษีของขวัญปีใหม่ ถ้าข่าวออกมาก่อนคนจะไม่รีบซื้อของ ทำให้กระทบกับการค้า เพราะมีในส่วนของกฎหมาย ในการยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา ถ้าไม่ใช้สิทธิยื่นได้เลย ถ้าใช้สิทธิกรมขอดีเลย์ ในการปรับลิงก์ทั้งหมด ขอเทสระบบ ในการคืนภาษีทำได้รวดเร็วแน่นอน เพราะเราไม่อยากให้ท่านมีความสุขแค่เจ็ดวันเท่านั้น” นายประสงค์ กล่าว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรมสรรพากรจะต้องเร่งดำเนินการว่าสินค้าชนิดใดได้ และไม่ได้เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของประชาชน และจะต้องชี้แจงว่ามาตรการดังกล่าวนั้นไม่ได้คืนภาษีทั้งหมด 15,000 บาท ซึ่งการคืนภาษีนั้นจะคืนตามฐานภาษี หากเสียภาษีในฐาน 5% จะได้รับการคืนภาษี 750 บาท เป็นต้น

“รายได้ที่หายไป ไม่เท่ากับความสุขของคนไทยที่จะได้มีการจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นมองว่าความสุขของคนไทยมากกว่าภาษีที่หายไป หายไปแต่ที่ได้กลับมามากกว่า” นายสมชัย กล่าว

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/554096

รู้ไว้ไม่พลาด! ไขข้อข้องใจ เที่ยว-ช็อป สิ้นปี ลดหย่อนภาษี 3 หมื่นบาท

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9Lu5225iX332Ex

EyWwB5WU57MYnKOuX7GJLPdh1hQVs5DhVKyl7Q3AUOzACH6JRkfO47

 

เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักช็อป!! หลังรัฐบาลประกาศลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปี 58 นอกจากเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่ได้ลดภาษีจากการซื้อสินค้าแล้ว ในเดือนเดียวกัน ยังมีมาตรการภาษีส่งเสริมเที่ยวทั่วไทยที่ออกมาก่อนหน้าอีกด้วย เรียกว่า ภายในเดือนเดียว ลดหย่อนภาษีรวมแล้วถึง 30,000 บาท

ทั้งนี้ หลายคนคงเริ่มสงสัยว่ามาตรการดังกล่าวมีเงื่อนไขอย่างไร? รวมทั้งเจ้าใบกำกับภาษีที่ว่านั้นเป็นแบบไหน? “ไทยรัฐออนไลน์” มีคำตอบ …

ต้องท้าวความกันเล็กน้อยว่า มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ของขวัญปีใหม่กับประชาชน โดยการออกมาตรการนี้เป็นเหมือนการเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งนับเป็นเดือนแห่งเทศกาล ที่ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนมีความต้องการซื้อสินค้า และบริการต่างๆ เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9Lu5225iX332Ex

กระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยช่วงปลายปี

โดยทางภาครัฐฯ ได้เริ่มเดินหมากแรกด้วย “มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16-31 ธ.ค. ซึ่งเป็นกรณีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าโรงแรมภายในประเทศ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในการยื่นลดหย่อนภาษีตามมาตรการนี้จะต้องเป็นผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล โดยผู้ยื่นขอลดหย่อนจะต้องมีใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีที่ระบุ ชื่อ นามสกุล ของผู้มีเงินได้ที่จะใช้สิทธิหักลดหย่อน จำนวนเงิน และวัน เดือน ปี ของเอกสารใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีที่ชัดเจน

แต่ในกรณี ที่จองผ่านคนกลางหรือเอเจนซี่อย่าง “Agoda” บิลที่ออกจากคนกลางซึ่งไม่เข้าข่ายผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตข้างต้น ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานลดหย่อนภาษีได้

ขณะที่ผู้ออกใบเสร็จได้จะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ หรือ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมาย ซึ่งโรงแรมที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ทางกรมสรรพากรได้จัดทำลิสต์รายชื่อเอาไว้ให้ตรวจเช็กได้แล้ว บนเว็บไซต์ rd.go.th

ทั้งนี้ หากสามีหรือภริยา มีเงินได้เพียงฝ่ายเดียว ให้ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเฉพาะแก่สามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ แต่หากสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีระบุผู้จ่ายเงินเป็นทั้งสามีและภริยา ให้ใช้หลักเกณฑ์ดังนี้

(ก) ถ้าสามีภริยาต่างฝ่ายต่างแยกยื่นแบบ ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท

(ข) ถ้าสามีภริยาแยกยื่นแบบ เฉพาะเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีของตนเองได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท

(ค) ถ้าสามีภริยาตกลงยื่นแบบและเสียภาษีรวมกัน ให้หักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองฝ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท

สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวนั้น นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า สามารถช่วยกระตุ้นในส่วนการท่องเที่ยวได้จริง นักท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการภาษีให้มากกว่าเดิม เนื่องจากยังมีประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในรายละเอียดมากนัก

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9D0rFQ1A7OWOyx

ซื้อสินค้า-บริการ ไม่เกิน 15,000 บาท

ล่าสุด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออก “มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค้าบริการ ในระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค. 58 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยในคำว่า “ค่าซื้อสินค้าและบริการ” ไม่ได้นับรวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมัน และก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ และผู้ซื้อจะต้องมีหลักฐานสำหรับการลดหย่อนภาษี เป็น “ใบกำกับภาษี” ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เท่านั้น!

คุณสมบัติใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตาม ม.86/4 แห่ง ป.รัษฎากร 

1. คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86/3 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี
5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
8. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่ลงวันที่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2558 ให้นำไปใช้ลดหย่อนของปีภาษี 2558 ที่เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2559

ดังนั้น เมื่อมาตรการดังกล่าวถูกนำไปรวมกับ “มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ” จึงเท่ากับว่าในเดือนสุดท้ายของปี กระทรวงการคลัง ได้ออกมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว 2 มาตรการ จำนวน 30,000 บาท ซึ่งแน่นอนว่ามาตรการแบบนี้ ก็มีเป้าหมายสำคัญเป็นการช่วยส่งการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

NjpUs24nCQKx5e1D7sB6tAuPCdhCI9BxtT1bDZaetFi

เที่ยวจับจ่ายใช้สอยกันอย่างมีความสุข และอย่าลืม! ขอใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีนะคะ

เมื่อทราบดังนี้แล้ว ผู้อ่านทุกท่านอย่าลืมขอใบเสร็จ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี รวมทั้งปลายปีนี้ไทยรัฐออนไลน์ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่าน ท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยกันอย่างมีความสุข ส่วนมาตรการดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้หรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป แต่เชื่อว่าในฐานะประชาชนจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ไม่มากก็น้อย.

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th/content/553650

 

หุ้นสหรัฐฯ ยังพุ่ง หลังราคาน้ำมันเพิ่ม

EyWwB5WU57MYnKOuX7EUVxdKzn9YnTiCg47eiq0zTHMdZ35uS73OeH

EyWwB5WU57MYnKOuX7GJrF1IVF3qtNwKSJo0xs97baKHETuNyvAoDC

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันพุธ หลังจากราคาน้ำมันเพิ่ม หลังพบว่าสต็อกน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ ลดลงเกินคาด ช่วยดันหุ้นของบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม รวมทั้งสินค้าโภคภัณฑ์…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 23 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 185.34 จุด หรือ 1.06% ปิดที่ 17602.61 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 25.32 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 2064.29 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 44.82 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 5045.93 จุด

หุ้นของบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม และสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งในวันพุธ หลังมีข่าวสต็อกน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ ลดลงเกินคาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่าง เอ็กซ์ซอนโมบิล และ เชฟรอน หุ้นเพิ่ม 3.3% และ 3.9% ตามลำดับ ส่วนบริษัทผู้ผลิตเหล็ก อัลโค และ ฟรีพอร์ต-แมคโมราน หุ้นเพิ่ม 6.6% และ 16.0% ตามลำดับ

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/553427

1 2 3 6