ไทยรัฐทีวี โชว์ศักยภาพ ผลิตข่าว-สาระ-ถ่ายสดกีฬา ดันเรตติ้งกระฉูด

ไทยรัฐทีวี โชว์ศักยภาพ ผลิตข่าว-สาระ-ถ่ายสดกีฬา ดันเรตติ้งกระฉูด

ไทยรัฐทีวี โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการผลิตรายการข่าวและสาระ “อิมเมอร์ซีฟ กราฟิก” พร้อมปลุกวงการกีฬาไทย ‘ถ่ายสดฟุตบอลไทย-มวย’ ทำเรตติ้งกระฉูด เดินหน้าถ่ายสดแข่งเรือยาวกีฬามหาชน หวังสร้างเสริมเป็นจุดแข็งในปี 59

วันที่ 7 ต.ค. 58 นางสาวจิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ร่วมงาน Group M Expo Planning to Win 2016 งานวางแผนสื่อระดับโลก และเป็นการเผยแพร่เทรนด์ใหม่ ในปี 2559 พร้อมทั้งร่วมกล่าวเสวนาในช่วง Sports to Win Ratings เจาะกลยุทธ์กีฬาล่าเรตติ้ง ถึงกระแสตอบรับจากผู้ชม ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า เป็นกระแสที่ดีมาก จากการที่ไทยรัฐทีวี ถ่ายทอดฟุตบอลคิงส์คัพ ซึ่งมีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ประมาณ 1 กว่า ถึง 2% หลังจากนั้น มีถ่ายทอดฟุตบอลฟีฟ่า มีแมตช์การแข่งขันที่เป็นเรตติ้งสูงสุดของสถานี อย่างคู่ ไทย-ไต้หวัน ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยมีเรตติ้ง เฉลี่ยประมาน 6-7% และเป็นตัวที่ทำให้ไทยรัฐทีวีมีฐาน มีแฟนประจำรายการ หากเทียบกับสัดส่วนอื่น คอนเทนต์กีฬามีประมาณ 10% รายการข่าว 60% และสำหรับกีฬาฟุตบอลจะมีอิทธิพลค่อนข้างมาก เป็นตัวผลักดันที่มีความสำคัญ ทั้งนี้ กระแสฟุตบอลไทยในปัจจุบันเรียกได้ว่า ทำเรตติ้งได้ดีกว่าพรีเมียร์ลีกอังกฤษ


นางสาวจิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี แถลงบนเวที งานระดับโลก

นางสาวจิตสุภา กล่าวด้วยว่า กลุ่มเป้าหมายที่ชมฟุตบอลไทยในปัจจุบัน มีสัดส่วนที่ไล่เลี่ยกัน ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย

ด้านแนวโน้มในปีต่อไป ไทยรัฐทีวีจะแบ่งคอนเทนต์กีฬาหลักๆ เป็น 2 ประเภท คือ แบบแรก วาระแห่งชาติ จะถ่ายทอดฟุตบอลกับวอลเลย์บอล และในแบบที่สอง คือ กีฬาที่เป็นมหาชนคนไทย นั่นก็คือ มวย กับแข่งขันเรือยาว โดยเฉพาะเรือยาวที่เป็นกีฬาพื้นบ้าน มีคนดูเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นนั้นๆ


คุณจิตสุภา กับผู้บริหารสื่อฯสำนักอื่นบนเวที

ทั้งนี้ ไทยรัฐทีวี มีจุดแข็งด้านรายการข่าวและถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา และได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเสริมหน้าจอให้แข็งแรงมากขึ้น เชื่อมกับผู้ชมมากขึ้นด้วย

สำหรับบรรยากาศกิจกรรมภายในงาน เหล่าบรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจากหลากหลายช่องรายการ ได้ร่วมออกบูธโชว์จุดเด่นของรายการที่จะนำเสนอช่วงปลายปีนี้ และในปีหน้า ขณะที่ ทางไทยรัฐทีวี ก็มีผู้ประกาศข่าวร่วมต้อนรับอยู่ภายในบูธ ซึ่งบูธไทยรัฐทีวีได้รับความสนใจจากผู้ชมงานเป็นจำนวนมาก


งาน Group M Expo Planning to Win 2016

นอกจากนี้ ไทยรัฐทีวีได้โชว์ศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตรายการข่าวและสาระด้วยเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟกราฟิก นับว่าเป็นจุดแข็งในการนำเสนอข่าวรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน.


บู๊ต”ไทยรัฐทีวี” ช่อง 32 ทีวีดิจิตอล


2 ผู้บริหารสูงสุด หนุ่ม-สาวไฟแรง ของสถานีโทรทัศน์ ไทยรัฐทีวี


คุณวัชร วัชรพล ประธานกรรมการบริหาร สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี


ผู้บริหารไทยรัฐทีวีถ้ายรูปร่วมในงาน


นางสาวจิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี รับรางวัล

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/530655

ครม.เพิ่มวันหยุดปีหน้า 2 วัน ต่อเนื่องวันฉัตรมงคล-อาสาฬหบูชา

ครม.เพิ่มวันหยุดปีหน้า 2 วัน ต่อเนื่องวันฉัตรมงคล-อาสาฬหบูชา

ครม.กระตุ้นท่องเที่ยว ไฟเขียว เพิ่มวันหยุดปีหน้า ให้วันศุกร์ที่ 6 พ.ค.เป็นวันหยุด ช่วงวันฉัตรมงคล-เข้าพรรษา ยาวตั้งแต่ 5 พ.ค.ถึง 8 พ.ค. รวม 4 วัน และให้วันจันทร์ที่ 18 ก.ค. เป็นวันหยุดอีก 1 วัน ต่อเนื่องจากเสาร์-อาทิตย์ รวมวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา รวมวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน…

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. (6 ต.ค.) มีมติอนุมัติวันหยุดเพิ่มเติมในช่วงวันฉัตรมงคล และเข้าพรรษาของปี 2559 ดังนี้ โดยช่วงวันฉัตรมงคล เห็นชอบให้วันศุกร์ที่ 6 พ.ค.59 เป็นวันหยุด เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ค.59 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ค.59 รวมระยะเวลา 4 วัน

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้วันจันทร์ที่ 18 ก.ค. เป็นวันหยุดราชการอีก 1 วัน เพื่อให้มีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน เนื่องจากวันที่ 19-20 ก.ค. เป็นวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะไทยเที่ยวไทย ซึ่งพบว่าคนไทยใช้รถในการเดินทางท่องเที่ยวถึง 70%

พร้อมกันนี้ ในปี 2559 จะมีการเพิ่ม 12 เมืองห้ามพลาดเพิ่มเติม เพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติใช้เวลาท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่มากขึ้น โดยตั้งเป้ามูลค่าการท่องเที่ยวปีหน้า 2.3 ล้านล้านบาท ขณะที่ปี 2560 ตั้งเป้าไว้ที่ 2.5 ล้านล้านบาท

สำหรับปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้ยังไม่กระทบต่อเทศกาลถือศีลกินเจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13 ถึง 21 ต.ค.นี้ ขณะเดียวกันแต่ละโรงแรมมีการจองห้องพักเต็มทุกที่ อย่างไรก็ตาม ภายใน 3 เดือนนี้เตรียมที่จะเพิ่มการขายสินค้าโอทอปโดยตรงผ่านทางในสถานีปั๊มน้ำมัน อีก 148 แห่ง เพื่อเป็นการช่วยกระจายสินค้าเพิ่มรายได้โดยตรงให้กับภาคการเกษตรและชุมชน

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/530383

เคาะ 7 จังหวัดเป้าหมาย

“อรรชกา” ปลุกเอกชนลงทุนยานยนต์

“สมคิด” แย้มบีโอไอเคาะแล้ว เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้มากกว่ายกเว้นภาษี 13 ปี หวังดึงเอกชนลงทุนใน 6 เดือน ด้าน “อรรชกา” ดึงนักลงทุนไทย–ต่างชาติ ลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ใน 7 จังหวัดเป้าหมาย หากเป็นอุตสาหกรรมสุดยอดไฮเทค ยกเว้นภาษียาวถึง 15 ปี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเร่งการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือนข้างหน้าเสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอกระทรวงการคลังจัดทำมาตรการมาประกอบ จากนั้นจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา

ทั้งนี้ในหลักการบีโอไอจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้มากขึ้นจากเดิมเป็นกรณีพิเศษ สำหรับโครงการที่มีการลงทุนจริงในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

เนื่องจากรัฐบาลต้องการกระตุ้นให้การลงทุนเกิดขึ้นเร็วที่สุด

“ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคไปแล้ว ซึ่งในช่วง 3 เดือนข้างหน้านี้คาดว่าเม็ดเงินจะลงถึงมือประชาชน ในระยะต่อไปรัฐบาลจะต้องมาเน้นเรื่องการลงทุน โดยจะมีมาตรการให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเร็วที่สุด”

นายสมคิด กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายบีโอไอให้ไปพิจารณามาตรการที่จะช่วยส่งเสริมการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยว โดยให้ไปพิจารณาว่าทำอย่างไรที่จะยกระดับคุณภาพของท้องถิ่นขึ้นมา โดยในช่วงที่ผ่านมาการเมืองไม่สนใจที่จะทำเรื่องนี้ และการทำตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยมีจังหวัดท่องเที่ยวจำกัดในบางพื้นที่เท่านั้น เช่น สมุย กรุงเทพฯ และภูเก็ต

“ประเทศไทยมีจังหวัดทั้งหมด 77 จังหวัด ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด แต่ไม่มีการ บริหารจัดการที่ดี ปล่อยให้มีการบริหารจัดการโดย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รัฐบาลต้องการให้มีการบริหารจัดการใหม่ โดยให้ ททท.ไปประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้บีโอไอออกมาตรการจูงใจให้มีการลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยมาตรการนี้จะต้องทำให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด”

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า การเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับโครงการที่ลงทุนในช่วง 6 เดือนนี้ จะเป็นโครงการที่อยู่ในลิสต์ให้การส่งเสริมของบีโอไออยู่แล้ว ทั้งนี้ในบางกิจการซึ่งไม่ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดก็จะได้สิทธิประโยชน์สูงสุดตามเกณฑ์บีโอไอ คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และ ยกเว้น 50% อีก 5 ปี

“บางโครงการจะได้สิทธิประโยชน์มากกว่าที่ บีโอไอให้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีมาตรการของกระทรวงการคลังมาเสริม “

ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว. อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรม 1 ใน 6 กลุ่มคลัสเตอร์ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน โดยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และนครราชสีมา ซึ่งหากผู้ประกอบการเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในพื้นที่เหล่านี้ภายในปี 2559 และเปิดโรงงานได้ในปี 2560 ก็จะได้รับการยกเว้นภาษี 8 ปี และลดหย่อนภาษี 50% ต่ออีก 5 ปี ซึ่งคาดว่าจะมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก

“นอกจากนี้ หากอุตสาหกรรมใดที่ประเทศ ไทยมีความต้องการมาก และส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในอนาคต เช่น อุตสาหกรรมไฮเทคที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ การลงทุนตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาการสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์ เป็นต้น รัฐบาลก็พิจารณาให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 10-15 ปี ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณากำหนดประเภทของอุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และประเทศไทยต้องการก็จะได้รับสิทธิพิเศษนี้”

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/529954

ซีพีเอฟผงาดมหกรรมอาหารโลก

ซีพีเอฟผงาดมหกรรมอาหารโลก

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายธุรกิจการค้าในประเทศ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าร่วมงานมหกรรมแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก Anuga 2015 ที่จัดขึ้นที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 10-14 ต.ค.นี้ โดยในงานบริษัทจะได้รับใบรับรองมาตรฐาน ProSustain ของผลิตภัณฑ์ไก่ จาก DNV-GL เป็นองค์กรรับรองมาตรฐานระดับโลก ส่งผลให้ซีพีเอฟเป็นผู้ผลิตเนื้อไก่รายใหญ่ของไทยที่รับใบรับรองผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 หลังจากเพิ่งได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกใน DJSI ในกลุ่ม Emerging Markets เมื่อเร็วๆนี้

“การได้รับใบรับรองมาตรฐาน ProSustain ที่งาน Anuga 2015 ช่วยตอกย้ำให้ผู้เข้าร่วมงานร่วม 200,000 คนจาก 180 ประเทศทั่วโลกจะเห็นถึงขบวนการพัฒนาและผลิตอาหารของซีพีเอฟที่ใส่ใจต่อคุณภาพ ความปลอดภัยของผู้บริโภคตลอดห่วงโซ่การผลิต”

นอกจากนี้นิทรรศการงาน Anuga 2015 ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับรู้ถึงความเป็นครัวโลก ของซีพีเอฟในความเป็นผู้พัฒนาและผลิตอาหารที่หลากหลายครบวงจร โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งแบรนด์ ซีพี คิทเช่นจอย เป็นต้น พร้อมสร้างประสบการณ์ตรงกับอาหารที่เป็นเลิศทางรสชาติและคุณค่าโภชนาการ อย่างไรก็ตามงาน Anuga 2015 เป็นมหกรรมนิทรรศการแสดงสินค้าอาหารระดับโลก ที่เป็นศูนย์รวมของผู้พัฒนาและผลิตอาหารจากทั่วโลกประมาณ 6,800 ราย และยังช่วยให้ซีพีเอฟทันต่อความก้าวหน้าและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้านการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/529953

ซีคอนสแควร์ผนึกไทยประกัน จัดงานยักษ์ “กำเนิดเจียงใหม่”

ซีคอนสแควร์ผนึกไทยประกัน จัดงานยักษ์ “กำเนิดเจียงใหม่”

นายจรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักสื่อสารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานแอ่วตลาด กาดหมั้ว “กำเนิดเจียงใหม่” ระหว่างวันที่ 2-11 ต.ค.58 ณ ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนา โดยจะบอกเล่าเรื่องประวัติ และความเป็นมาเมื่อครั้งที่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย และสองพระสหาย คือ พญาร่วง และพญางำเมือง ที่ร่วมกันก่อตั้งนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ หรือจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน เป็นราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งครบรอบ 719 ปี

สำหรับภายในงานได้มีการจำลองเสาหลักเมืองจังหวัดเชียงใหม่ หรือเสาอินทขิล ให้ลูกค้าได้สักการะ และร่วมประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ขณะเดียวกันยังจำลองอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งจังหวัดเชียงราย และ 1 ใน 3 บูรพกษัตริย์ที่ร่วมก่อตั้งจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมสิริมงคลชีวิต นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจำหน่ายอาหารและขนมพื้นเมือง สามารถนั่งรับประทานอาหารบนขันโตกที่
จัดเตรียมไว้ รวมถึงเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรม ของใช้และของฝากต่างๆ

ขอบคุณที่มา: http://www.thairath.co.th/content/529952

1 2