หุ้นสหรัฐฯพุ่งเกิน 1% หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน

EyWwB5WU57MYnKOuYBmauwqkzAvGS7bo6ovs2NROIy8YdczExTtGZz

EyWwB5WU57MYnKOuX7EToFvqH8zwqmKWmwypMC296QHBIikTB3MaZ6

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในวันพุธ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และสัญญาว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างช้าๆในอนาคต…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 16 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 224.18 จุด หรือ 1.28% ปิดที่ 17749.09 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 29.66 จุด หรือ 1.45% ปิดที่ 2073.07 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 75.77 จุด หรือ 1.52% ปิดที่ 5071.13 จุด

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯเพิ่มขึ้นหลังจาก ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจเพิ่มขอบเขตดอกเบี้ยมาตรฐานขึ้น 0.25% เป็นระหว่าง 0.25% และ 0.50% หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันพุธ และจะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจเพื่อทยอยขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต

นักวิเคราะห์ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นเรื่องที่คาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว แต่ตลาดพอใจกับคำว่าเพิ่มอย่างช้าๆของเฟด กอปรกับมีข่าวในด้านลบส่งผลให้ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/550210

 

 

หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง หลังราคาน้ำมันฟื้นต่อเนื่อง

14460104651446010492l

EyWwB5WU57MYnKOuYBsjxmNw45hfowA9NQvZUmJzEvxu7MLKLDUEH1

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในวันอังคาร เช่นเดียวกับหุ้นยุโรป หลังจากราคาน้ำมันฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะจัดประชุมนโยบาย ซึ่งเชื่อว่าจะมีการตัดสินใจเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 15 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 156.41 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 17524.91 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 21.47 จุด หรือ 1.06% ปิดที่ 2043.41 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 43.13 จุด หรือ 0.87% ปิดที่ 4995.36 จุด

ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 2 หนุนหุ้นของบริษัทกลุ่มปิโตรเลียมให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเชฟรอนและเอ็กซอนโมบิล เพิ่มขึ้น 3.8% และ 4.5% ตามลำดับ ขณะที่บริษัทผู้ให้บริการน้ำมันอย่าง เวทเธอร์ฟอร์ด อินเทอร์เนชันแนล เพิ่มขึ้น 4.6%

นักลงทุนยังจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดหมายว่าจะมีการตัดสินใจเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน ช่วยหนุนหุ้นบริษัทกลุ่มธนาคารให้เพิ่มสูงขึ้นอีก

 

ขอบคุณที่มา   http://www.thairath.co.th/content/549672

หุ้นเช้าปิดบวก 2.69 จุด มูลค่าซื้อขาย 2.5 หมื่นล้าน

14489455821448945602m

EyWwB5WU57MYnKOuYBsk60EvjFcrqxt9O2ahq8gsVey0DyccmwwCdT

หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า เพิ่มขึ้น 2.69 จุด ที่ระดับ 1,303.20 จุด มูลค่าซื้อขาย 25,252.64 หมื่นล้านบาท…

วันที่ 16 ธ.ค. 58 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเช้า เพิ่มขึ้น 2.69 จุด ที่ระดับ 1,303.20 จุด หรือคิดเป็น 0.21% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 25,252.64 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน).

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/549859

หุ้นไทย ปิดตลาดเช้า ร่วงแรง 26.56 จุด ค่าซื้อขาย 2.1 หมื่นล้าน

14489455821448945602m

EyWwB5WU57MYnKOuYBtayGuHMq9aR3wfl98ElSSRVRwQYpaElNowEp

หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า ลดลง 26.56 จุด ที่ระดับ 1,254.36 จุด มูลค่าซื้อขาย 21,915.47 หมื่นล้านบาท…

วันที่ 14 ธ.ค. 58 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเช้า ลดลง 26.56 จุด ที่ระดับ 1,254.36 จุด หรือคิดเป็น 2.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 21,915.47 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวร่วงแรงมากกว่า 20 จุด ต่ำสุดในรอบ 2 ปีนับตั้งแต่ต้นปี 2557 ขณะที่ หุ้นขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มแบงก์ พลังงาน และสื่อสาร มีการเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง คาดจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงอ่อนแอ หลังปริมาณความต้องการที่ยังอ่อนตัว สวนทางกับกลุ่มโอเปกยังคงไม่ลดกำลังการผลิตลง รวมถึงแรงกดดันเพิ่มเติมจากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงกลางสัปดาห์นี้.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/548833

หุ้นเช้าปิดร่วง 5.76 จุด มูลค่าซื้อขาย 2.5 หมื่นล้าน

14460104651446010492l

EyWwB5WU57MYnKOuYBlA69D6Xy8fSgnsTBfo8xc82lVXUYZP6CFWfA

หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า ลดลง 5.76 จุด ที่ระดับ 1,292.06 จุด มูลค่าซื้อขาย 25,528.48 หมื่นล้านบาท…

วันที่ 11 ธ.ค. 58 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเช้า ลดลง 5.76 จุด ที่ระดับ 1,292.06 จุด หรือคิดเป็น 0.44% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 25,528.48 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ 5. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน).

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/547684

โบรกชี้6หุ้นปันผล4%ซื้อถือข้ามปี มีลุ้นราคาเด้ง”อินทัช-ASK-ADVANC-MCS-ศุภาลัย”

EyWwB5WU57MYnKOuYBmauwqkzAvGS7bo6ovs2NROIy8YdczExTtGZz

บล.เอเซีย พลัส คัดหุ้นเด่น สู้ภาวะตลาดผันผวนหวัง “แคปิตอล เกน” ลำบาก ชู 6 บจ. ปันผลเกิน 4% สถิติย้อนหลัง 7 ปี จ่ายเป็นเงินสดตลอด แนะกลยุทธ์ลงทุน ซื้อก่อนขึ้นเครื่องมือ XD 2 เดือน ขายหลัง XD 2 เดือน ฟาก บล. ดีบีเอสฯ แนะกองทุนติดโบปันผล 6-7%

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ในภาวะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET) ผันผวน การลงทุนที่คาดหวังกำไรจากการขาย (Capital Gain) ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มผลดำเนินงานเติบโต และในช่วงนี้ ถือเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ที่จะทยอยเข้าสะสมหุ้นและถือข้ามปี

เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยรวมน่าจะผ่านพ้นช่วงต่ำสุดไปแล้ว ประกอบกับช่วงต้นปี 2559 ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. จะมีหลายบริษัทขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล) และเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผล

 

14490613121449061330l

 

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ได้วิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยคัดเลือกหุ้นจาก 162 บริษัท ที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนเป็นเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงกว่า 4% มีสถิติการจ่ายปันผลเป็นเงินสดสม่ำเสมอในรอบ 7 ปีหลังสุด และมีความน่าจะเป็นสูงที่ราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD จำนวน 6 บจ. ได้แก่ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บมจ.เอเซียเสริมกิจ ลีสซิ่ง (ASK) บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บมจ.เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) (ดูตาราง)

“กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ซื้อหุ้นก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 2 เดือน และขายหลัง XD ราว 2 เดือน ซึ่งมีความน่าจะเป็นสูงที่ราคาหุ้นจะปรับขึ้นและมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงสุด” นักวิเคราะห์กล่าว

นางสาวอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปกติมักพบนักลงทุนเริ่มเข้ามาทยอยซื้อหุ้นกลุ่มปันผลช่วงรอยต่อของปี เดือน ธ.ค.- ม.ค. เพราะเป็นช่วงใกล้ปิดงวดผลประกอบการประจำปี และจะมีหลักทรัพย์จำนวนมากที่ใกล้ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังหรือทั้งปี ประกอบกับในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนสูง กลุ่มหุ้นปันผลสูงถือเป็นเป้าหมายของนักลงทุน

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยสูง 5 – 7% ได้แก่ กลุ่มสื่อสาร ADVANC, INTUCH กลุ่มก่อสร้าง บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ SPALI, บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH), บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) กลุ่มแบงก์ บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) และหุ้นขนาดเล็ก บมจ.โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป (MODERN)

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนที่คาดว่าจะจ่ายปันผลสูง ในระดับ 6-7% ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF), กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ซีพีเอ็นรีเทลโกรท (CPNRF) และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) เป็นต้น

 

ขอบคุณที่มา    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1449061312

 

หุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรง ผิดหวังแผนกระตุ้นเศรษฐกิจธนาคารกลางยุโรป

14489455821448945602m

EyWwB5WU57MYnKOuYBklCKi3AOpWfJxHryi0dGId3PVOOoudCSqZq8

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี หลังจากธนาคารกลางยุโรป ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ แต่กลับสร้างความผิดหวังแก่นักลงทุน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 3 ธ.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 252.01 จุด หรือ 1.42% ปิดที่ 17477.67 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 29.89 จุด หรือ 1.44% ปิดที่ 2049.62 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 85.69 จุด หรือ 1.67% ปิดที่ 5037.53 จุด

เมื่อวันพฤหัสบดี ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ขณะที่ ประกาศขยายเวลามาตรการซื้อพันธบัตร แต่ไม่เพิ่มจำนวนตามที่นักลงทุนคาดหวัง โดยนักวิเคราะห์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของอีซีบีสร้างความผิดหวังแก่นักลงทุนที่กำลังมองหาผู้นำการผ่อนคลายทางการเงินรายใหม่ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ เตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานแล้ว

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/544342

ราคาน้ำมันขึ้น หนุนหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก

fcf383f1e7b26b1b307b7f3362d

EyWwB5WU57MYnKOuYBmauwqkzAvGS7bo6ovs2NROIy8YdczExTtGZz

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดแคบๆในแดนบวกเมื่อวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นบริษัทในกลุ่มปิโตรเลียม หลังราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น จากเหตุการณ์ตุรกียิงเครื่องบินรบรัสเซียตก…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขาย วันที่ 24 พ.ย. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 19.51 จุด หรือ 0.11% ปิดที่ 17812.19 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 2.55 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 2089.14 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 0.33 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 5102.81 จุด

บริษัทในกลุ่มปิโตรเลียมยักษ์ใหญ่อย่าง เอ็กซ์ซอนโมบิล หุ้นเพิ่ม 2.0% ขณะที่รายเล็กอย่าง อาปาเช เพิ่มขึ้น 4.2% หลังจากสงครามน้ำลายระหว่างตุรกีและรัสเซีย กรณีเครื่องบินรบรัสเซียถูกตุรกียิงตก เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศเศรษฐีน้ำมันในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ใหม่ จาก 1.5% เป็น 2.1% แต่ในขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ คอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด (Conference Board) ประจำเดือน พ.ย. กลับลดลงเหลือ 90.4 จุด โดยสาเหตุหลักมาจากผู้บริโภคไม่มั่นใจในตลาดแรงงาน

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/541776

1 2 3