แจสหลังพิงฝา งัดทุกกระบวนท่าฝ่าวิกฤต ก่อนถึงเส้นตายจ่ายค่าประมูล 4จี 21 มี.ค.นี้

aHR0cDovL3AyLnMxc2YuY29tL21uLzAvdWQvNzMvMzY2MjA1L21vbjA4MDM1OTEtMS5qcGc=

aHR0cDovL3AyLnMxc2YuY29tL21uLzAvdWQvNzMvMzY2MjA1L21vbjA4MDM1OTEtMS5qcGc=

หากนับถอยหลังไปจนถึงวันที่ 21 มีนาคมนั้น ในขณะนี้ก็เหลือระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ที่ถึงเวลาหรือเส้นตายที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดให้ผู้ชนะการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ทั้ง 2 ราย คือ

บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ในเครือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลไปในราคา 75,654 ล้านบาท และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลไปในราคา 76,298 ล้านบาท ต้องนำเงินค่าประมูลงวดที่ 1 จำนวน 8,040 ล้านบาท และหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน (แบงก์การันตี) เท่ากับจำนวนเงินประมูลที่เหลืออยู่ทั้งหมด มามอบให้แก่ กสทช.ก่อนวันที่ 21 มีนาคม 2559

แต่จนถึงวันนี้ ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ฝันใกล้เป็นจริง เพราะได้ดำเนินการครบตามเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตมากที่สุดก็คือ ทรู เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ประกาศความสำเร็จชนิดหืดจับ หลังจากได้จับมือกับผู้สนับสนุนทางการเงินทั้ง 6 แห่ง ที่จะเป็นผู้อออกแบงก์การันตีให้แก่ทรู เป็นอันครบเงื่อนไขในการรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์จาก กสทช. คงเหลือเพียงแต่ให้ซินแสเคาะวันและช่วงเวลาที่เป็นฤกษ์งามยามดีในการเข้ามาชำระเงินเท่านั้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งจ่ายเงินและมอบแบงก์การันตีเพื่อรับใบอนุญาต 4จี บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา

– แจส ขอผ่อนจ่ายใบอนุญาต 4จี

จะเหลือก็แต่แจสที่อาการน่าเป็นห่วง เพราะจนป่านนี้ยังคงเงียบฉี่ ไร้วี่แววของการดำเนินการตามเงื่อนไขในการรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์แต่อย่างใด อีกทั้งข่าวคราวที่ออกมาในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่สู้ดีนัก บอกได้เป็นอย่างดีว่า แจสยังไม่สามารถพิชิตเงื่อนไขเงินค่าประมูล 8,040 ล้านบาท และแบงก์การันตีงวดที่เหลือ โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า แจสได้มาหารือกับ กสทช. ใน 2 เรื่อง คือ

1.สอบถามว่า จะสามารถเลื่อนเวลาการจ่ายค่าใบอนุญาต 4จี บนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ งวดที่ 1 วงเงิน 8,040 ล้านบาท หรือจะขอจ่ายเงินงวดแรกบางส่วนและแบงก์การันตี รวมประมาณ 20,000 ล้านบาทได้หรือไม่ ซึ่งทาง กสทช.ยืนยันไปว่าไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการไปตามข้อกำหนด

“การไม่ชำระเงินค่าประมูลตามกำหนดยังส่งผลกระทบว่า อาจเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในใบอนุญาตประกอบการอื่นๆ ที่ได้รับจาก กสทช. ที่ใช้ประกอบกิจการอยู่ในปัจจุบันด้วย และโดนฟ้องร้องค่าเสียหาย ทั้งในแง่ของมูลค่าความเสียหาย และผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากความล่าช้าในการได้ใช้สัญญาณ 4จี ยังไม่รวมถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทที่จะต้องเสียไป หากไม่มาชำระเงินค่าประมูลงวดแรก”
– พิชญ์ รุกเจรจาสุดกำลัง

2. แจส จะให้ความชัดเจนแก่ กสทช. ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ว่าจะมาชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์งวดที่ 1 เต็มจำนวน พร้อมแบงก์การันตีหรือไม่ พร้อมแจ้งด้วยว่าขณะนี้ นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอย่างสุดความสามารถกับสถาบันการเงินเพื่อขอวงเงินกู้ และออกแบงก์การันตีให้แก่แจส

สำหรับสถานการณ์ของแจสในเวลานี้ นายฐากรกล่าวว่า หากแจสต้องการดำเนินการตามประเด็นที่ปรึกษาเข้ามาจริง ทั้งการขอเลื่อนระยะเวลา หรือการดำเนินการชำระเงินและวางแบงก์การันตีแค่บางส่วนก่อน ก็ขอให้แจสมีหนังสือทำเรื่องเข้ามาอย่างเป็นทางการ พร้อมกับนำเงินและแบงก์การันตีที่แจ้งว่าจะชำระบางส่วนนั้นมามอบให้แก่ กสทช. จากนั้น สำนักงาน กสทช. จึงจะทำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อให้บอร์ด กทค.พิจารณาว่าทำได้หรือไม่ และหากทำแล้วจะถูกผู้แพ้ประมูล 2 รายฟ้องร้องหรือไม่

สาเหตุที่ทำให้แจสต้องเข้าตาจนเช่นนี้ แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมได้ให้ข้อมูลว่ามาจากการที่พันธมิตรทางธุรกิจที่ได้เจรจาร่วมมือกันมาก่อนเข้าประมูล คือกลุ่ม เอสเค เทเลคอม ซึ่งเป็นผู้ประกอบการผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ในเกาหลีใต้ เกิดถอนตัวกะทันหัน หลังแจสชนะการประมูล 4จี ส่งผลให้แจสสูญเสียพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเข้ามาช่วยเหลือด้านเงินทุนรายใหญ่ไป

และโดยลำพังแล้ว แจสไม่สามารถกู้เงินหรือขอใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ขอค้ำประกันจากสถาบันการเงินได้ สอดคล้องกับที่แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพออกมาให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาทางธนาคารกรุงเทพได้มีการเจรจาและตีกลับแผนการดำเนินธุรกิจและขอสินเชื่อของแจสไปแล้ว อีกทั้งยังได้แนะนำให้แจสเพิ่มทุนหรือหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีมาร่วมด้วย เพื่อทำให้แผนธุรกิจมีความชัดเจนขึ้น เนื่องจากแผนดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ขอสินเชื่อจะสามารถมีรายได้เพิ่มเติมจากแหล่งใด และจะมีศักยภาพมากเพียงพอในการชำระหนี้คืนหรือไม่

– เลยเส้นตายโดนฟ้อง-ริบใบอนุญาตอื่น

ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จะไม่นำเงินค่าประมูลงวดแรกพร้อมแบงก์การันตี มาชำระให้แก่ กสทช. นั้น ทางสำนักงาน กสทช.ยังคงเชื่อมั่นว่าผู้ชนะการประมูลสามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไข เพราะยังคงมีเวลาอีกหลายวันจนกว่าจะถึงวันที่ 21 มีนาคมนี้ แต่หากผู้ชนะการประมูลไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขได้ทันเวลาที่หลักเกณฑ์กำหนดไว้ ผู้ชนะการประมูลไม่เพียงแต่จะต้องถูกริบหลักประกันจำนวน 644 ล้านบาทเท่านั้น แต่จะต้องรับผิดชอบด้วยการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหากจะต้องมีการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่เต็มจำนวน

“การไม่ชำระเงินค่าประมูลตามกำหนดยังส่งผลกระทบต่อการเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในใบอนุญาตประกอบการอื่นๆ ที่ได้รับจาก กสทช. ที่ใช้ประกอบกิจการอยู่ในปัจจุบันด้วย คือ 3บีบี หรือทรีบรอดแบนด์ โมโน 29 (ทีวีดิจิตอล) และจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ทั้งในแง่ของมูลค่าและผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากความล่าช้าในการได้ใช้สัญญาณ 4จี ยังไม่รวมถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทที่จะต้องเสียไป หากไม่มาชำระเงินค่าประมูลงวดแรก” นายฐากรกล่าว

นายฐากรกล่าวด้วยว่า หากมีผู้ประกอบการไม่ทำตามเงื่อนไขจนต้องประมูลใบอนุญาตใหม่ กสทช. จะกำหนดให้มีราคาตั้งต้นการประมูลเท่ากับราคาเดิมที่ผู้ชนะการประมูลเดิมประมูลได้ก่อนทิ้งงานไป แต่หากไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้าประมูล ทาง กสทช.ก็จะเก็บคลื่นไว้อย่างน้อย 1 ปี

– ทรูขอจ่ายก่อนไม่รอแจส

ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของทรู จะชำระค่าใบอนุญาตงวดแรกพร้อมส่งมอบแบงก์การันตีให้แก่ กสทช. ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ โดยจะไม่รอผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์อีกรายว่าจะสามารถชำระค่าใบอนุญาตได้หรือไม่ เนื่องจาก กสทช.ได้แจ้งว่า หากผู้ชนะการประมูลอีกรายไม่สามารถดำเนินการตามกำหนดในวันที่ 21 มีนาคมนี้ จะมีการจัดประมูลใหม่ภายใน 2-3 เดือน โดยจะใช้ราคาตั้งต้นการประมูลที่ 75,000 ล้านบาท แต่หากไม่มีผู้สนใจเข้าประมูลก็จะพักการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ไว้ 1 ปี

“หลังชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ยอมรับว่ามีเวลากระชั้นชิด ทางทรูจึงได้เร่งดำเนินการตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสปี 2558 จนมาถึงช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา กว่าจะได้ข้อสรุปต้องขอบคุณทุกสถาบันการเงินที่ทำให้ได้วงเงินของแบงก์การันตีครบถ้วน ทรูจะนำคลื่นความถี่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองความต้องการ ทั้งบริการ 2จี , 3จี และ 4จี” นายศุภชัยกล่าว

แม้นายศุภชัยจะพูดชัดแล้วว่า ทางทรูเตรียมเข้าป้ายก่อนเส้นตาย แต่กรณีเลวร้าย หากแจสไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามเวลาจริง ความกดดันมหาศาลต้องตกไปที่ทรูอย่างแน่นอน เพราะราคาที่แจสชนะการประมูลนั้นเป็นราคาที่ผู้บริหารของผู้ตกรอบการประมูลอีก 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ประเมินมาแล้วราคาสูงเกินกว่าความคุ้มค่าในการประกอบธุรกิจ

ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่า คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์จะถูกพักการประมูลไป 1 ปี รวมถึงหากมีการนำกลับมาประมูลใหม่ก็เป็นการยากที่ราคาประมูลจะสูงเท่าเดิม เนื่องจากในเวลาใกล้เคียงกันนั้นก็จะมีคลื่นความถี่อื่นๆ เปิดประมูลตามมาอีกมากมายหลังหมดสัญญาสัมปทาน อาทิ คลื่นความถี่ย่าน 2600, 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ทรูจึงอาจเป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ต้องจ่ายค่าใบอนุญาตแพงสุดในตลาด แลกกับการมีคลื่นใช้งานก่อนคู่แข่ง

งานนี้จึงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า บทสรุปของการรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จะลงเอยอย่างไร!!

แต่ที่แน่ๆ แจสคงต้องงัดทุกกระบวนท่าเพื่อฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เพราะ กสทช.บอกชัดเจนแล้วว่า หากเบี้ยวก็จะโดนถอดสิทธิทุกใบอนุญาตที่มีกับ กสทช. นั่นคือ ใบอนุญาตผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตภายใต้แบรนด์ “3บีบี” และใบอนุญาตทีวีดิจิตอลช่อง “โมโน 29” ที่กำลังไปได้ดีทั้ง 2 ธุรกิจ

หากทำไม่ได้ หายนะมาเยือนแจสแน่นอน ฉะนั้นเมื่อยังมีโอกาสอยู่ก็คงต้องสู้ สู้ และสู้ อย่างเดียวเท่านั้น!!

 

ขอบคุณที่มา      http://money.sanook.com/

‘แจส โมบาย’ ไม่คืบแบงก์แจงรอแผนธุรกิจ คู่แข่งจ้องประมูล 4 จีใหม่

NjpUs24nCQKx5e1D7dnHQiKUdBfAQ5rVTm4NCTefn87

EyWwB5WU57MYnKOuX19n34NpEdK2Ls5iplaONyLd3TjAv1Fg29Fffn

“ทรู” เหวี่ยงแหขอสินเชื่อออมสินทำ 4 จี ขณะที่ “แจสโมบาย” ยังไม่คืบหน้า แบงก์กรุงเทพแจงยังไม่ส่งแผนธุรกิจมาจึงยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมบอร์ด ด้าน “เอไอเอส–ดีแทค” ประสาน เสียง จ้องประมูล 4 จีคลื่น 900 ใหม่หากการนำคลื่นออกประมูลใหม่อีกครั้ง แต่ที่ราคา 75,000 ล้านบาทแพงไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ได้ยื่นขอใช้สินเชื่อ และออกหนังสือค้ำประกัน วงเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระค่าใบอนุญาต 4G จากการที่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างขอรายละเอียดต่างๆ รวมถึงแผนงานของบริษัททรูเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการพิจารณา ส่วนกรณีของบริษัทแจสโมบายยังไม่มีการยื่นเรื่องขอหนังสือค้ำประกัน หรือวงเงินสินเชื่อ เพื่อนำไปทำ 4 จี

NjpUs24nCQKx5e1D7dnHQiKUdBfAQ5rVTm4NCTefn87

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทแจส โมบาย ยังไม่ได้ยื่นธุรกิจฉบับใหม่ในการทำธุรกิจ 4 จี ตามที่ธนาคารกรุงเทพเสนอขอไป จึงยังไม่มีการเสนอเรื่องการขอหนังสือค้ำประกันเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร หากแผนการทำธุรกิจไม่มีความชัดเจน ธนาคารก็ไม่สามารถออกหนังสือค้ำประกันให้ได้ เนื่องจากมีวงเงินสูงถึง 70,000 ล้านบาท

ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส เปิดเผยว่า หากที่สุดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะนำคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ออกมาเปิดประมูลเพื่อให้บริการ 4 จีอีกรอบ เอไอเอสก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูล แต่ราคาต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสม ซึ่งราคาเบื้องต้นที่ กสทช.กำหนดว่าจะต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่เคยประมูลได้ที่ 75,000 ล้านบาทนั้น ถือว่าไม่สอดคล้องกับการแข่งขัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป “เอไอเอสหยุดเคาะไปที่ราคาสุดท้ายที่ 75,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่เราคิดมูลค่าคลื่นรวมฐานลูกค้า 2 จี 12 ล้านเลขหมายที่มีอยู่บนคลื่น 900 เดิม ซึ่งเอไอเอสเคยให้บริการอยู่ ซึ่งเป็นราคาที่ให้มูลค่าสูงสุดไปแล้ว ตลอดเวลา 2 เดือนหลังการประมูล สภาพแวดล้อมทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก เอไอเอสเดินหน้าทำธุรกิจต่อ โดยที่ไม่มีคลื่น 900 ตรงนี้ทำให้มูลค่าคลื่นเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่มูลค่าเดิมแล้ว”

ส่วนนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค กล่าวว่า ดีแทคกำลังติดตามแนวโน้มการนำคลื่นออกมาประมูลใหม่อย่างใกล้ชิด และแน่นอนว่ามีความสนใจที่จะเข้าร่วมหาก กสทช.จะเปิดประมูลใหม่จริงๆ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่โปร่งใส และราคาเริ่มต้นการประมูลควรจะต้องต่ำกว่าราคาที่เคยประมูลได้ไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว การเปิดประมูลใหม่ก็ควรใหม่จริง ต้องปรับเงื่อนไขกันใหม่ ส่วนกรณีที่เกรงว่าจะไม่เป็นธรรมกับผู้ชนะการประมูลอีกราย ที่เตรียมพร้อมจะไปชำระเงินค่าประมูลแต่อาจต้องจ่ายค่าประมูลสูงลิ่วเพียงรายเดียวนั้น นายลาร์สเปิดเผยว่า เป็นสิ่งซึ่งเข้าใจได้ และ กสทช.ควรแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้ด้วย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำหรับการชำระเงินค่าประมูล 4 จีนั้น ขณะนี้ยืนยันว่าผู้ชนะประมูลมาชำระเงินแน่นอน และยังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันที่ 21 มี.ค.59 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าต้องมาชำระแน่นอนทั้งทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล และแจส โมบาย บรอดแบนด์ เพราะถ้าไม่มั่นใจก็ไม่มาประมูล อีกทั้งหากไม่ชำระค่าประมูล ก็จะมีผลกระทบต่อการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการอื่นๆ ด้วย ทั้งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล เพราะจะขาดคุณสมบัติทันที และสามารถตรวจสอบได้กรณีมีการถือหุ้นไขว้ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เช่น กรณีของไทยทีวี ต้องการยกเลิกทีวีดิจิตอล แต่จะหันไปประกอบการทีวีดาวเทียมแทน ก็ทำไม่ได้ เพราะขาดคุณสมบัติ ซึ่งเขียนไว้ในประกาศและเงื่อนไขการประมูลชัดเจน ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าผู้ชนะประมูลมาชำระแน่นอน.

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th/

แม้ว่าดีแทคจะแพ้ในการประมูล 900MHz

7545_160209163540V4

แม้ว่าดีแทคจะแพ้ในการประมูล 900MHz แต่มันก็ทำให้ดีแทคมีเงินที่ทีแรกเตรียมไว้ใช้ประมูลในมือถึง 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ ทาง dtac เปิดเผยว่าจะนำมาลงทุนขยายโครงข่าย พัฒนา 4G ให้กลายเป็น Super 4G ซึ่งจะสามารถทำความเร็วได้สูงกว่า 4G แบบเดิมถึง 3 เท่า พร้อมกับโปรโมชั่น Super offering ให้ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้ได้สัมผัสกัน

7545_160209163540V4

โครงการ Super 4G เป็นโปรเจคส์ใหญ่ของ dtac ที่จะทำให้ 4G บนคลื่น 1800MHz ทำความเร็วได้มากขึ้นสามเท่า ด้วยการขยายแบนด์วิธจากเดิม 5MHz เป็น 15MHz ซึ่งจะทำให้เป็นผู้ให้บริการที่มีแบนด์วิธกว้างมากที่สุด โดยเมื่อรวมกับ 4G บนคลื่น 2100MHz ที่มีแบนด์วิธ 5MHz ทำให้ 4G ของดีแทค มีแบนด์วิธรวมกว้างมากถึง 20MHz รองรับอุปกรณ์มือถือทุกรุ่นทุกยี่ห้อในตลาดที่รองรับ 4G

โดยดีแทควางเป้าหมายจะทำให้ 4G คลื่น 1800MHz ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดในไตรมาสที่ 2 และ 4G คลื่น 2100MHz จะครอบคลุมกว้างไกลครบทุกอำเภอ 878 ทั่วไทย ในไตรมาสที่ 3

ทั้งนี้ดีแทค ยังมีข้อเสนอ Supper 4 Offerings กับ 4 ซูเปอร์แพ็กเกจสุดคุ้มทั้งค่าโทรและค่ามือถือ ให้ลูกค้าได้เลือกใช้

  1. Super Sale เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัส Super 4G ดีแทคมีแจกสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G ให้ฟรี และมีส่วนลดให้สูงสุดถึง 75% สำหรับคนที่ต้องการใช้งานรุ่นอื่นๆ เช่น ฟรี Samsung Galaxy J2, Zenfone 2 Laser ลด 75% และ iPhone 6s ลด 19% แถมยังได้เน็ตเพิ่มอีก 24GB เมื่อสมัครแพ็คเกจที่กำหนด
  2. Super Love & Roll non stop เล่นได้ทั้ง 4G/3G ราคาเริ่มต้นเพียง 299 บาท พิเศษได้ใช้ 4G/3G ถึง 10GB เพียง 499 บาท หากใช้ไม่หมดทบไปเดือนหน้าได้ FUP ที่ 384kbps
  3. Super Topping โปรสุดคุ้ม 19 บาท ใช้ได้ 24 ชั่วโมง เล่น 4G/3G เต็มสปีด 100Mbps ได้ถึง 500MB หากใช้หมดยังสามารถใช้งานต่อได้จนกว่าจะหมดเวลาแพ็คเกจ
  4. Super Device ดีแทคได้ทุ่มงบประมาณถึง 2 พันล้านบาท เสนอให้ลูกค้าในระบบเติมเงินได้เปลี่ยนฟีเจอร์โฟน 2G ให้เป็น 4G/3G เพื่อประสบการณ์ใช้อินเตอร์เน็ตที่ให้ชีวิตซูเปอร์กว่าใคร

7545_160209163534FD

ปัจจุบันดีแทคมีจำนวนผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 25.3 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นลูกค้า 4G จำนวน 2.3 ล้านราย มีลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟน 61% ของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด เพื่มขึ้นจากระดับ 48% เมื่อปีก่อน จากกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขายโทรศัพท์ โดยมีลูกค้าที่ถืออุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 4G อยู่ 15% ของฐานลูกค้าทั้งหมด มีจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ่้นมาอยู่ที่ 14.2 ล้านราย นอกเหนือจากนี้ เรายังวางแผนที่จะเปิดตัวแบรนด์แพลตฟอร์มเพื่อที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และตำแหน่งทางการตลาดชัดเจนมากขึ้น โดยแบรนด์แพลตฟอร์มนี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดและโห้มากกว่า

7545_160209163543DP

 

 

ขอบคุณที่มา   http://news.thaiware.com/

5 แบงก์ลงขันค้ำประกัน 4 จี ‘ทรู’

EyWwB5WU57MYnKOuX37mCdSw38EBTgNhHjUMyk1uq6ZjdfRA8cqTz0

EyWwB5WU57MYnKOuX4AEtLAUKJJdxfeIvwyt0jwZykgzEJi9ILckGk

ลุ้น “แจสโมบาย” ได้สิทธิไปต่อหรือหยุดธุรกิจมือถือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือทรู เตรียมจ่ายเงินประมูล 4 จี ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายในเดือน ก.พ.นี้ หรืออย่างช้าภายในวันที่ 18 มี.ค.-22 มี.ค. ตามที่ กสทช.กำหนด โดยทรูมูฟเอชจะต้องจ่ายเงินค่าประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาท พร้อมหนังสือค้ำประกันทางการเงิน 73,000 ล้านบาท โดยมีธนาคารพาณิชย์ 5 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไอซีบีซี จำกัด ซึ่งจะออกหนังสือค้ำประกันในวงเงินที่เท่ากันรายละ 14,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปล่อยกู้ให้ทรูมูฟเอชนั้น ไม่มีปัญหา เนื่องจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีความแข็งแกร่ง และมีบริษัทไซน่าโมบาย ยักษ์โทรคมนาคมของจีน ถือหุ้น 18% ส่วนการออกหนังสือค้ำประกันให้กับบริษัทแจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ผู้ชนะประมูล 4 จี คลื่น 900 ขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามหากแผนธุรกิจของแจสไม่มีความชัดเจน ถือว่ามีความเสี่ยง ทำให้ธนาคารพาณิชย์วิตกว่าหากร่วมออกหนังสือค้ำประกัน หากไม่สามารถดำเนินการได้ ธนาคารจะต้องรับผิดชอบตามหนังสือค้ำประกัน

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารกสิกรไทย คณะกรรมการ (บอร์ด) จะประชุมวันที่ 28 ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติการออกหนังสือค้ำประกันให้กับทรูมูฟเอช ส่วนแจสยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอ หากเสนอมาก็รับไว้พิจารณา ทั้งนี้ ยอมรับว่าธุรกิจ 4 จี มีความเสี่ยงต่ำกว่าทีวีดิจิตอล เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่และมีประสบการณ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มทรูที่เคยทำธุรกิจด้านโทรคมนาคมมาก่อน แต่อีกรายยังไม่มีฐานลูกค้า เพราะฉะนั้น ต้องมาดูแผนธุรกิจก่อน ขณะที่ธุรกิจทีวีดิจิตอลส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นใหม่และมีหลายรายหลายราคาที่ประมูลมีราคาสูงทำให้มีผู้ประกอบการบางรายต้องถอนตัวไป.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th

ประมูลไม่ได้มีหนเดียว! บิ๊กเทเลนอร์ ยัน ไม่ทิ้ง ‘ดีแทค’ พร้อมขยาย 4G ทั่วไทย

EyWwB5WU57MYnKOuX7ES8heyw2lIfeSQTLgyrGwlKuekDYCGPyr6e3

EyWwB5WU57MYnKOuX36OEtw7962EkYYTMNrLUDH6I28plJOAo0NM2k

ซิคเว่ เบรคเก้ ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเทเลนอร์ ย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของดีแทค ชี้ พลาดประมูลครั้งนี้ไม่เป็นปัญหา พร้อมต้อนรับผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจโทรคมฯ…

หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงสิ้นปี 2558 ก็มีหลายกระแสเกิดขึ้น ทั้งความกังขาในการให้บริการของผู้เล่นรายใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากเป็นผู้คว้าชัยในการประมูล ความไม่มั่นใจในผู้ให้บริการที่พลาดใบอนุญาต หรือแม้แต่กระแสถอนการลงทุนในธุรกิจ หลังพลาดหวังจากการประมูล

ล่าสุด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีเแทค ได้แถลงข่าวถึงทิศทางจากนี้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยอดีต CEO ของดีแทคอย่าง “ซิคเว่ เบรคเก้” ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง

“ยืนยันว่า เทเลนอร์จะไม่ถอนการลงทุนจากดีแทคในประเทศไทยอย่างแน่นอน และจะสนับสนุนทุกการลงทุนที่ดีแทคต้องการ เนื่องจากเทเลนอร์มี 3 มุมมองในการดำเนินธุรกิจ คือ มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการลงทุน มีความเข้าใจธุรกิจว่าต้องมีทั้งช่วงที่เติบโตและตกต่ำ ประกอบกับปัจจุบันเอเชียเริ่มมีบทบาทในฐานะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และบริการ โดย 8 ใน 10 แบรนด์ชั้นนำก็มาจากแบรนด์เอเชีย อาทิ ซัมซุง หัวเว่ย วีแชต ไลน์ เป็นต้น เอเชียจึงกลายเป็นตลาดที่สำคัญของเทเลนอร์ และยังคงเป็นประเทศที่เทเลนอร์จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเอเชียอาจกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเชิงดิจิตอลในอนาคต” นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าว

ไม่ชนะประมูล “ดีแทค” ไม่เป็นไร!
นอกจากนี้ นายซิคเว่ ยังกล่าวอีกว่า ค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับราคาการประมูลใบอนุญาตดังกล่าว เพราะเชื่อว่าในอนาคต รัฐบาลจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาใช้ประโยชน์ด้านโทรคมนาคม ทั้งคลื่นอื่น 700 850 1800 2300 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเชื่อว่า ดีแทคยังสามารถมีโอกาสที่จะแข่งขัน และประมูลคลื่นในอนาคตอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน คลื่นความถี่จำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ บนคลื่น 850 1800 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ดีแทคมีอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าคู่แข่งไม่มากนัก (บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีคลื่นความถี่สูงสุด มากที่สุด รวม 55 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ (ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม) จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์) จึงเชื่อว่าคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด จะเพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า และจะสามารถเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่นได้ สำหรับการใช้งานภายในช่วงเวลา 5 ปีจากนี้

“การที่ดีแทคไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับการประมูลใบอนุญาตฯ ทำให้เรามีงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงข่าย และบริการได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแล ได้เร่งจัดทำโรดแม็ปในการใช้คลื่นความถี่ให้ชัดเจนโดยเร็ว ซึ่งจากการที่ นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทคได้เข้าพบ นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงไอซีที แล้ว ก็มีความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นเรื่องแปลก หากรัฐบาลไม่พยายามผลักดันให้เกิดความชัดเจนในการใช้งานคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ส่วนการประเมินมูลค่าคลื่นในการประมูลแต่ละครั้งนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทจะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย เพื่อประโยชน์ และความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจระยะยาว”

เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง…
สำหรับการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะเป็นการลงทุนด้วยงบประมาณที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ ดีแทคได้ดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี อย่างต่อเนื่อง อาทิ แผนขยายซุปเปอร์สปีด 4จี จากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองจังหวัดต่างๆ และการให้บริการ 4จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานจากเดิม 2 ล้านราย เป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ด้วยรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ ของดีแทคที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

ยินดีต้อนรับน้องใหม่โทรคมฯ
ส่วนผู้ให้บริการรายใหม่ (บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด) ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น บริษัทไม่กลัวผู้เล่นรายใหม่ แต่มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำธุรกิจ เพราะนอกจากการสร้างแบรนด์ ก็ยังมีการสร้างเครือข่าย และการดำเนินงานในด้านอื่นๆ อีกด้วย แต่ก็ขอให้โชคดี

มุมมองตลาดสื่อสารไทย…
เนื่องจากเทเลนอร์ทำตลาดในเอเชียมานานกว่า 15 ปี ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศสำคัญในการให้บริการของเทเลนอร์ โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับเทเลนอร์ได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกับนอร์เวย์ ซึ่งรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา เทเลนอร์มีรายได้จากการบริการด้านโมบายล์ของไทย ราว 14.4% ขณะที่นอร์เวย์อยู่ที่ 8.5% อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพของตลาดเอเชียในการเป็นผู้พัฒนาบริการ และแอพพลิเคชั่น ก็เชื่อว่าไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่สามารถเป็นผู้พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านดิจิตอลด้วยความคิดสร้างสรรค์ รองรับเทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ ที่เน้นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ และเทรนด์การให้บริการ 4จี อีกด้วย.

 

ขอบคุณที่มา     http://www.thairath.co.th

ดันรถไฟเร็วสูงเข้า “พีพีพีฟาสต์แทรกต์” คาดเปิดประมูลทั้ง2สายไตรมาส3ปีหน้า

7731-1

EyWwB5WU57MYnKOuX7IKaH6q7nasXDAiM3P9nyYVIU9wZQF4L2iS5J

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งศึกษาการลงทุนโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) กรุงเทพฯ-หัวหิน วงเงิน 94,673 ล้านบาท และสายกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง วงเงิน 152,528 ล้านบาท ให้อยู่ในหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 และโครงการร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี ฟาสต์แทรกต์) ตามแผนปฏิบัติการลงทุนระยะเร่งด่วน พ.ศ.2559 “รูปแบบการร่วมทุนต้องรอให้คณะกรรมการพีพีพีกำหนดรายละเอียดก่อน เบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศร่วมลงทุนได้ ส่วนจะให้ความสำคัญกับใครก่อนหรือหลัง ตอบไม่ได้ ต้องดูเงื่อนไขการร่วมทุนของคณะกรรมการพีพีพี”

ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า บริษัทที่ปรึกษาจะส่งผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์มาให้ในเดือน ก.พ.59 จากนั้นจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) “เดือน ก.พ.59 ผลการศึกษาทั้ง 2 เส้นทางจะแล้วเสร็จ และจะเสนอเข้าคณะกรรมการพีพีพีพร้อมกันให้ทันไตรมาสแรก หรือไม่เกินไตรมาส 2 และเปิดประมูลไตรมาส 3 เพื่อให้ได้ผู้ประมูลในปีหน้า”.

 

ขอบคุณที่มา  http://www.thairath.co.th/content/555639

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์คว้า 4จี? 10 ข้อเจาะลึก ‘แจส โมบาย’ คือใคร รวย ใจถึง พึ่งได้จริงหรือ?

EyWwB5WU57MYnKOuX7FkYtdJAurSV2UK8k6Mp8SETxv0DUL2tf0fAx

EyWwB5WU57MYnKOuX7FkYtdJAurSV2UK8k6Mp8SETxv0DUL2tf0fAx

“แจส โมบาย บรอดแบนด์” ผู้เข้าประมูลหน้าใหม่ แต่ไม่ใช่น้องใหม่ในวงการโทรคมนาคม ชื่อของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ หนึ่งในผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยวงเงินสูงถึง 75,654 ล้านบาท กลายเป็นชื่อที่น่าสนใจเพียงข้ามคืน

หลายคนอาจมองว่า เป็นบริษัทใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในวงการโทรคมนาคมเมืองไทย แต่ถ้าได้รู้จักแบ็กกราวด์ หรือที่มาที่ไปของบริษัทนี้ดีขึ้น อาจต้องร้อง…อ๋อ เพราะผู้ก่อตั้งไม่ธรรมดา ไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จัก และเจาะลึกแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ว่าพวกเขาเป็นใครกัน.

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzRbxQuuH8Xx5on

พิชญ์ โพธารามิก เจ้าพ่อจัสมินตัวจริง

1. บริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ บริษัทแม่ คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อตั้งโดย นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลทักษิณ ก่อนเข้ามาเล่นการเมือง อดิศัย เคยเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อในวงการโทรคมนาคม เขาเคยนำพาธุรกิจในเครือชนะการประมูลด้านโทรคมนาคมมานับไม่ถ้วน ยังไม่รวมบริษัท TT&T ที่เคยได้สัมปทานโทรศัพท์พื้นฐาน 1.5 ล้านเลขหมายจากทีโอที ปัจจุบัน อดิศัย ก็เป็นสมาชิกหนึ่งใน 111 ที่ถูกศาลตัดสินให้ยุติบทบาททางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี และได้ส่งต่อธุรกิจให้ลูกชายเพียงคนเดียว “พิชญ์ โพธารามิก” ขึ้นมากุมบังเหียนเต็มตัว

2. บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท และแจ้งประกอบธุรกิจให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้บริการเช่าและบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีนายพิชญ์ โพธารามิก เป็นกรรมการบริษัท, น.ส.สายใจ คีตสิน, นายสมบัติ พันศิริพัฒน์ และนายยอดชาย อัศวธงชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzSeAtbTxkKbJlY

ประวัติคร่าวๆ

3. ภายใต้ร่มเงาของจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ซึ่งพิชญ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารอยู่ ธุรกิจในมือที่น่าจะเสริมความเข้มแข็งและสร้างแต้มต่อให้กับแจส โมบาย คือ ธุรกิจโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือไฟเบอร์ออปติก

4. นักท่องเน็ต คงรู้จักชื่อนี้ดีเช่นกัน “3BB บรอดแบนด์” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือจัสมิน ที่จะต่อยอดให้กับแจสโมบาย เพราะช่วงแรกของการเปิดบริการค่ายแจส เล็งฐานลูกค้าเดิมของ 3BB จำนวน 2 ล้านรายเอาไว้ เพราะอีกหน่อย แจสคาดหวังว่าจะเป็นผู้นำในตลาดโมบายอินเทอร์เน็ต

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzVQOah3cr8cR8j

“แจส โมบาย บรอดแบนด์” ผู้เข้าประมูลหน้าใหม่

5. ทีวีดิจิตอลช่องโมโน เป็นเจ้าของเดียวกันกับแจสโมบายเช่นกัน เมื่อ 2 ปีก่อน “พิชญ์ โพธารามิก” หอบเงิน 2,250 ล้านบาท ไปประมูลทีวีดิจิตอลจนชนะการประมูล และบริหารจนโมโนติดอันดับเรตติ้งสูง 1 ใน 10 ช่องด้วย ว่ากันว่าในอนาคต เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปจะทำให้ผู้คนหันไปดูโทรทัศน์ผ่านมือถือกันมากขึ้น นี่อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เพิ่มแต้มต่อให้กับน้องใหม่ แต่หน้าไม่ใหม่ ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

6. ถามว่าเม็ดเงินมาจากไหน ถ้าจำกันได้ก่อนหน้านี้ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เคยขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ระดมทุนได้ก้อนโต 55,000 ล้านบาท และแจสโมบาย หวังจะนำเงินก้อนนี้มาลงทุนด้วย

7. แบ็กกราวด์ของหนุ่มใหญ่หน้าตาดี “พิชญ์” ที่ได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อจัสมินตัวจริง เพิ่งผ่านไปหมาดๆ สำหรับการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นเมืองไทย “พิชญ์” ติดอันดับ 9 ทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยปี 2557 ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 16,560 ล้านบาท ด้วยอายุเพียง 42 ปี

NjpUs24nCQKx5e1D7sAWlqGAggtSEzTiK0u9dgDFWm8

น้องใหม่ในวงการโทรคมนาคม

8. ธุรกิจที่ “พิชญ์” ต้องเข้ามาสานต่อ ได้แก่ บมจ.จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนลให้บริการด้านเทคโนโลยีสื่อสารครบวงจร ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บนดิน บนฟ้า หรือใต้น้ำ, บริษัท จัสเทล เน็ตเวิร์ค จำกัด (JasTel) ได้รับใบอนุญาตแบบที่หนึ่งเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 เพื่อให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมในประเทศ และระหว่างประเทศ และบริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด ให้บริการวงจรเชื่อมต่อความเร็วสูงโดยใช้เทคโนโลยี เอดีเอสแอล (ADSL) ซึ่งสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Hi–Speed Internet) หรือบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต (Broadband Internet) ผ่านคู่สายโทรศัพท์ธรรมดา โดยใช้ชื่อบริการว่า “3BB”

9. “พิชญ์” ไม่ได้รับผิดชอบธุรกิจกลุ่มจัสมินเพียงอย่างเดียว “พิชญ์” ยังควักกระเป๋าส่วนตัวลงทุนจัดตั้งบริษัท โมโนกรุ๊ปฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโลกออนไลน์ เช่น เอ็มไทยดอทคอม, เอนจอย 108, monoplanet, โมโนมิวสิก, โฮเทลไทยแลนด์ดอทคอม และนิตยสาร Gossip star เป็นนิตยสารบันเทิงที่มียอดขายสูงสุดในห้วงเวลานี้

10. เมื่อพลิกดูประวัติของ “พิชญ์” จบการศึกษาระดับปริญญาตรี Science London School of Economics, England และในปี 2540 ก่อตั้งบริษัท โมโนเจนเนอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับบันเทิง หลังจากนั้นได้เข้ามาร่วมงานในกลุ่มจัสมิน โดยนั่งตำแหน่งกรรมการ บริษัท อคิวเม้นท์ จำกัด นับตั้งแต่นั้นจนถึงปี 2551 เขาถูกโปรโมตให้นั่งตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมินอย่างเป็นทางการ

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/552191#

ทะลุ 1.30 แสนล้าน ประมูล 900 เมกะเฮิรตซ์ ลุ้น!อาจทำลายสถิติโลก

EyWwB5WU57MYnKOuX7ES8heyw2lIfeSQTLgyrGwlKuekDYCGPyr6e3

EyWwB5WU57MYnKOuX7EUWOEYDLX5sUgUCm1IhfQs0Fp46jOz29jhyX

ยอดทะลุกว่า 1.30 แสนล้าน ประมูล 4 จี คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ แบบมาราธอน สู่วันที่ 4 ลุ้นอาจทำลายสถิติโลก ไลเซนส์ละ 6.8 หมื่นล้าน ด้าน กสทช.สั่งพักประมูลชั่วคราว ให้ผู้เข้าร่วมทำบุญตักบาตร ก่อนเริ่มประมูลใน 09.00 น.วันนี้

วันที่ 18 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึง การประมูล 4 จี คลื่น 900 ในรอบที่ 6 เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 00.00 น. ของวันใหม่ (18 ธ.ค.2558) โดย รอบที่ 145 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 58,588 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 61,164 ล้านบาท รวมแล้ว 119,752 ล้านบาท

ขณะที่รอบที่ 146 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 58,910 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 61,486 ล้านบาท รวมแล้ว 120,396 ล้านบาท

มาถึง รอบที่ 147 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 59,232 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 61,808 ล้านบาท รวมแล้ว 121,040 ล้านบาท

รอบ 148 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 59,554 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,130ล้านบาท รวมแล้ว 121,684 ล้านบาท
รอบ 149 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 59,876 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่62,452ล้านบาท รวมแล้ว 122,328 ล้านบาท
รอบ 151 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 60,198 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่62,774ล้านบาท รวมแล้ว 122,972 ล้านบาท

รอบ 152 ใบอนุญาตใบแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 60,842 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 63,418 ล้านบาท รวมแล้ว124,260 ล้านบาท

รอบที่153 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่61,164 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 63,740 ล้านบาท รวม 124,904 ล้านบาท

รอบที่154 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่61,486 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 64,062 ล้านบาท รวม 125,548 ล้านบาท

รอบที่155 ใบอนุญาตใบที่1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่61,808 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 64,384 ล้านบาท รวม 126,192 ล้านบาท

รอบ 156 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 3 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,130 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 ไม่มีผู้เสนอราคาเพิ่ม ราคาอยู่ที่ 64,706 ล้านบาท รวม 126,514 ล้านบาท

รอบ 157 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,452 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 64,706 ล้านบาท รวม 127,158 ล้านบาท

รอบที่158 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 62,774 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 65,028 ล้านบาท รวม127,802 ล้านบาท

รอบ 161ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 63,740 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 65,994 ล้านบาท รวม 129,734 ล้านบาท

รอบที่ 162 ใบอนุญาตใบที่ 1 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 64,062 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 66,316 ล้านบาท รวม 130,378 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อการประมูลคลื่น 900 ยังไม่จบลง ผู้เข้าร่วมประมูล ทั้ง 4 ราย ยังคงเคาะราคากันแบบ “ไม่มีใครยอมใคร” จนถึงเวลา 06.00 น. กสทช. จึงพักพักการประมูลตามกฎ และจะเริ่มประมูลอีก ในเวลา 09.00 น.วันนี้

ทั้งนี้ ผู้เข้าประมูล 3 ราย “ทรูมูฟ-ดีแทค-แจส” จะร่วมกันทำบุญตักบาตรในเช้าวันนี้ เนื่องจากเป็นวันพระ ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะแม ซึ่ง กสทช. ได้ตอบสนอง โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดราชาธิวาส และวัดหลักสี่ 10 รูป มารับบาตร โดยจะเริ่มตักบาตร ในเวลา 06.15น. ส่วน เอไอเอส ปฏิเสธที่จะร่วมตักบาตร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กสทช.ได้เตรียมพื้นที่ไว้ให้ผู้ร่วมประมูล ได้ใส่บาตรพระสงฆ์ ในเวลา 06.15 น.เช้านี้ (18 ธ.ค.) บริเวณหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบรมรูปทรงม้า หน้าอาคาร 3 ของกสทช.

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/550678

กทค. เชื่อประมูล 4G มีแนวโน้มทะลุ 1 แสนล้าน

NjpUs24nCQKx5e1D7r6ui9E93aFyfmlM8j7UGLEDCkj

EyWwB5WU57MYnKOuX7EToFxaoCiSB1YxvjJ0PyeAUxD8gvxqeQDlJy

การประมูลใบอนุญาต 4จี คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ พักการประมูลรอบที่ 4 เมื่อเวลา 06.00 น. โดยเป็นการเคาะราคารอบที่ 108 มีการเสนอราคา 2 ใบอนุญาตรวม 96,890 ล้านบาท เป็นการเสนอราคาใบอนุญาตที่ 1 ที่ 47,640 ล้านบาท ใบอนุญาตที่ 2 ที่ 49,250 ล้านบาท

วันที่ 17 ธันวาคม พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ประเมินว่า การเสนอราคามีแนวโน้มที่จะทะลุ 1 แสนล้านบาท โดยเป็นการแข่งขันราคาเพื่อกันไม่ให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ รวมทั้งกันผู้ประกอบการรายเดิมที่อยู่ในอันดับ 2 ออกจากตลาด หรือ มีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยเข้าสู่จุดที่ยอมเสี่ยงว่าจะได้รับกำไรน้อยลง แต่หากคู่แข่งไม่ได้รับใบอนุญาตก็จะทำให้มูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ลดลง

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กทค. ระบุว่า ระดับการเสนอราคาขณะนี้ยังเป็นไปได้ในทางธุรกิจ เพราะได้แบ่งการชำระเงินออกเป็น 4 งวด โดยในงวดที่ 4 จะต้องชำระร้อยละ 68 ดังนั้น ผู้ที่ชนะการประมูลจึงมีเวลาในการสร้างรายได้ เพื่อไม่ให้ราคาประมูลใบอนุญาตกระทบต่อกระแสเงินสด จึงทำให้เห็นการเสนอราคาอย่างไม่หยุดยั้ง และยังเห็นราคาประมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมองว่า ระดับการเสนอราคาสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจของไทย และจำนวนประชากร ราคาใบอนุญาตไม่ควรเกินใบละ 68,000 ล้านบาท

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/550213

ศึกนี้ถึงเลือดสาด! ทะลุกว่า 9.5 หมื่นล้าน ประมูล 900 MHz ยังไม่จบ

NjpUs24nCQKx5e1D7r6ui9E93aFyfmeZQAj9bgBIKyf

EyWwB5WU57MYnKOuX7ES8heyw2lIfeSQTLgyrGwlKuekDYCGPyr6e3

ทะลุ กว่า 9.5 หมื่นล้านแล้ว ประมูล 4 จี 900 เมกะเฮิรตซ์ สู้กันถึงขั้นเลือดสาด! ศึกนี้จบยาก กสทช.จ่อสั่งพักประมูลตามกฎเมื่อเวลา06.00น. และจะเริ่มประมูลต่อเวลา09.00น.วันนี้ หากไม่จบ คาด ราคารวมอาจทะลุแสนล้าน!!

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2558 ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ยังคงเกาะติดการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4 จี อย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อเวลา 00.00 น. 17 ธ.ค. เริ่มรอบการประมูลช่วงที่4 ในรอบ 91 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคา 1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 42,166 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพียง 1 รายเช่นกัน ราคาอยู่ที่43,776 ล้านบาท ยอดรวมรายได้เข้ารัฐแล้ว85,942 ล้านบาท

ขณะที่ รอบ 92 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคา 1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 42,488 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพียง 1 รายเช่นกัน ราคาอยู่ที่ 44,098 ล้านบาท ยอดรวมรายได้เข้ารัฐแล้ว86,586 ล้านบาท

ส่วนรอบ 93 ราคายังวิ่งไม่หยุด ไลเซ่นส์ที่1 ราคา 42,810 ล้านบาท ขณะที่ ไลเซ่นส์ที่2 ราคา 44,420 ล้านบาท ยอดรวมรายได้เข้ารัฐแล้ว87,230 ล้านบาท

NjpUs24nCQKx5e1D7r6ui9E93aFyfmeZQAj9bgBIKyf

ต่อด้วย รอบ 94 ใบอนุญาตแรก เคาะราคาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 43,132 ล้านบาท ส่วนใบอนุญาตที่ 2  เคาะราคาเพิ่มอยู่ที่ 44,742 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมรายได้เข้ารัฐแล้ว 87,874 ล้านบาท

ก็มาถึงการประมูล คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ รอบ 95 ใบอนุญาตแรก เคาะราคาอยู่ที่ 43,454 ล้านบาท คิดเป็น 270% ของมูลค่าคลื่น ส่วนใบอนุญาตที่ 2  เคาะราคาเพิ่มอยู่ที่ 45,064 ล้านบาท คิดเป็น 280% ของมูลค่าคลื่น ทำให้ยอดรวมรายได้เข้ารัฐแล้ว 88,518 ล้านบาท

รอบที่96 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคามาอยู่ที่ 43,776 ล้านบาท คิดเป็น 272% ของมูลค่าคลื่น ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 45,386 ล้านบาท คิดเป็น 282% ของมูลค่าคลื่น รวม 2 ใบอนุญาต มีรายได้เข้ารัฐ 89,162 ล้านบาท

ต่อมา การประมูลรอบที่ 97 เมื่อเวลา 02.15 น.วันที่ 17 ธ.ค. ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ทำให้ราคาขึ้นอยู่ที่ 44,098 ล้านบาท คิดเป็น 274% ของมูลค่าคลื่น ส่วนใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 45,708 ล้านบาท คิดเป็น 284% ของมูลค่าคลื่น รวม 2 ใบอนุญาต 89,806 ล้านบาท

NjpUs24nCQKx5e1D7r6ui9E93aFyfmd851Cq6qFSK7p

 

ต่อด้วย รอบ 98 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม1 ราย ทำให้ราคาไปอยู่ที่ 44,420 ล้านบาท ใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 3ราย 46,030 รวม 2 ใบอนุญาต อยู่ที่ 90,450ล้านบาท

รอบ 99 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 44,742 ล้านบาท ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่46,352 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 91,094 ล้านบาท

ครบรอบที่ 100 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 45,054 ล้านบาท ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 46,674 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 91,738 ล้านบาท

รอบที่ 101ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 45,386 ล้านบาท ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 46,996 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 92,382ล้านบาท

NjpUs24nCQKx5e1D7r6ui9E93aFyfmhtN92B5DaLYK0

ขณะที่ การเคาะราคารอบ102 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม1 ราย ทำให้ราคาอยู่ที่ 45,708 ล้านบาท ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 47,318 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 93,026 ล้านบาท

รอบ 103 ใบอนุญาตแรก ก็ยังมีผู้เสนอราคาเพิ่มอยู่ที่ 1 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 46,030 ล้านบาท ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย สู้กันอยู่เช่นเดิม แบบไม่มีใครยอมใคร ทำให้ราคามาอยู่ที่ 47,640 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 93,670 ล้านบาท

รอบที่104 ใบอนุญาตแรก ก็ยังมีผู้เสนอราคาเพิ่มอยู่ที่ 1 ราย ทำให้ราคามาอยู่ที่ 46,352  ล้านบาท ขณะใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย สู้กันอยู่เช่นเดิม แบบไม่มีใครยอมใคร ทำให้ราคามาอยู่ที่ 47,962 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 94,314 ล้านบาท เฉลี่ย 4,715.70 ล้าน/MHz

NjpUs24nCQKx5e1D7r6ui9E93aFyfmlM8j7UGLEDCkj

ผ่านมา 44 ชั่วโมง! เคาะราคารอบที่ 105 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาอยู่ที่ 46,674 ล้านบาท ใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ราคาอยู่ที่ 48,284 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 94,958 ล้านบาท

รอบ 106 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาอยู่ที่ 46,996 ล้านบาท ใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ราคาอยู่ที่ 48,606 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 95,602 ล้านบาท

มาถึง รอบ 107 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาอยู่ที่ 47,318  ล้านบาท ใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 2 ราย ราคาอยู่ที่ 48,928 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต 96,246 ล้านบาท คิดเป็น 299%  ของมูลค่าคลื่น

รอบที่ 108 ใบอนุญาตแรก มีผู้เสนอราคาเพิ่ม 1 ราย ราคาอยู่ที่47,640 ลบ. ล้านบาท ใบอนุญาตที่ 2 มีผู้เสนอราคาเพิ่ม เหลือ1 ราย ราคาอยู่ที่ 49,250 ล้านบาท รวม 2 ใบอนุญาต ราคาอยู่ที่ 96,890 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตามกฎการประมูลของ กสทช. หากการประมูลยังไม่สิ้นสุด จะมีการพักการประมูลชั่วคราวหลังการประมูลรอบที่ 108 เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มประมูลรอบที่ 109 ในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 18 ธ.ค. 2558

 

ขอบคุณที่มา    http://www.thairath.co.th/content/550136#

 

1 2